ข่าวเพชรบูรณ์ » โจรใจบาปย่องงัดศาลาขโมยตู้บริจาคหลบหนีลอยนวล

โจรใจบาปย่องงัดศาลาขโมยตู้บริจาคหลบหนีลอยนวล

5 กันยายน 2020
153   0

เพชรบูรณ์ – โจรใจบาปย่องงัดศาลา ขโมยตู้บริจาค งัดรูปปั้นเณร รวมทั้งบาตรสำหรับใส่เงินบริจาค เปิดฝาและเอาเงินไปจนหมด ทิ้งหนังสติ๊กไว้ให้ดูต่างหน้า

วันที่ 4 กันยายน 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรบึงสามพัน ได้รับแจ้ง มีเหตุคนร้ายเข้าไปงัดตู้บริจาคภายในวัดบรรพตาราม หมู่ 4 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.บึงสามพัน ที่เกิดเหตุอยู่ภายในบริเวณศาลาพบตู้บริจาคถูกงัดจนฝาด้านบนเปิดออก ภายในไม่มีเงินหรือปัจจัยอยู่เลย นอกจากนั้นยังพบหนังสติ๊ก 1 อัน และนอกจากนั้นยังพบว่ารูปปั้นเณรที่ทำเป็นที่รับบริจาคที่บริเวณช่องเก็บเงินก็ได้ถูกงัดออกไปเหลือเงินเหรียญติดอยู่เพียงไม่กี่เหรียญ รวมทั้งบาตรสำหรับใส่เงินบริจาคก็ถูกงัดเปิดฝาและเอาเงินออกไปจนหมด

จากการสอบถาม นายเสรี เผื่อนขวัญ อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นคนพบตู้บริจาคที่ถูกงัดเป็นคนแรกเปิดเผยว่าเช้านี้ตนเข้ามาวัดเพื่อปฏิบัติธรรม กระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น.กำลังจะกลับบ้าน และได้พบว่ามีตู้บริจาควางอยู่หลังศาลาลักษณะฝาด้านบนเปิด พร้อมหนังสติ๊ก 1 อัน จึงได้แจ้งให้ นายสุเทพ สารีวรรณ ซึ่งเป็นไวยาวัจกรวัดให้ทราบและแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

เบื้องต้นพบว่าคนร้ายน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2 คน เข้ามาทางด้านข้างศาลา จากนั้นใช้อุปกรณ์ถอดน็อตที่ยึดหน้าต่างลูกกรงเหล็กไว้ และดึงลูกกรงเหล็กจนโค้งงอ จากนั้นใช้มุดเข้าไปยกเอาตู้บริจาคออกมางัดหลังศาลา รวมทั้งได้ใช้อุปกรณ์งัดรูปปั้นสามเณร และบาตร จากนั้นได้หลบหนีไป โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรอยนิ้วมือเพื่อนำไปตรวจสอบและหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้านพระครูสุตพัชรบรรพต เจ้าอาวาสวัดบรรพตาราม เปิดเผยว่าตู้บริจาคในวักทั้งหมดนาน ๆ จะเปิดครั้งส่วนมากจะเป็นหลังจากวันสำคัญต่าง ๆ ส่วนที่เป็นบาตรญาติโยมได้นำมาถวายเพื่อให้สาธุชนได้หยอดเงินบริจาค ซึ่งตั้งแต่ได้มาทางวัดไม่เคยเปิดเคย คาดว่าน่าจะมีเงินนับพันบาท และจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในศาลาพบว่าในช่วง 6 โมงเย็นของเมื่อวาน (3 ก.ย.2563) ก็ยังพบว่ามีตู้บริจาคตั้งอยู่แต่ภาพกลางคืนไม่สามารถดูได้เนื่องจากในศาลาปิดไฟหมด ไม่มีแสงสว่างเลย กระทั่งรุ่งเช้าภาพจากกล้องวงจรปิดก็ไม่พบตู้บริจาคแล้ว คาดว่าคนร้ายอาจจะลงมือในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา สำหรับเหตุการณ์ขโมยเข้าวัดนี้มีมาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนมากเป็นกุฏิของพระสงฆ์ และได้ทรัพย์สินไปเพียงเล็กน้อยและเป็นของส่วนตัวของพระสงฆ์จึงไม่ได้มีการแจ้งความ แต่ครั้งนี้คนร้ายได้งัดเข้าศาลาและรูปปั่นเณรรวมทั้งตู้บริจาคทำให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นของวัดได้รับความเสียหาย จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป