เรื่องฮอด ประเด็นฮิต » ชีวิตรันทด ครอบครัวยากจนอยู่ด้วยกัน 6 คน แต่ไปทำงานได้เพียงคนเดียว

ชีวิตรันทด ครอบครัวยากจนอยู่ด้วยกัน 6 คน แต่ไปทำงานได้เพียงคนเดียว

25 กรกฎาคม 2020
137   0

เพชรบูรณ์ – พบสองสามีภรรยาครอบครัวหนึ่งที่ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก นอกจากจะมีฐานะยากจนแล้ว ยังต้องดูแลลูกชายวัย 27 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเตียง และแม่ที่แก่ชราวัย 75 ปี ที่พิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งยังต้องดูแลลูกคนเล็กวัย 8 ปี และหลานวัย 6 ปี รวม 4 คน ทำให้ภรรยาต้องคอยดูแล 4 ชีวิตที่อยู่ที่บ้าน ส่วนสามีต้องออกไปทำงานรับจ้างเพียงคนเดียว

วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่ ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ มีสองสามีภรรยาครอบครัวหนึ่ง กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เพราะนอกจากจะมีฐานะที่ยากจนแล้ว ทั้งบ้านยังมีผู้อาศัยอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน แต่สามารถออกไปทำงานรับจ้างได้เพียงคนเดียว คือสามีวัย 51 ปี ที่ต้องออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยง 5 ชีวิตในครอบครัว ส่วนภรรยาวัย 48 ปี ซึ่งเคยออกไปทำงานรับจ้างคู่กับสามี ก็ต้องหยุดงานมาคอยดูแล ลูกชายวัย 27 ปี ซึ่งเดิมมีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้าง และเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่ประสบอุบัติเหตุตกนั่งร้าน กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และแม่ที่แก่ชราวัย 75 ปี ที่พิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งยังต้องดูแลลูกชายคนเล็ก อายุ 8 ปี และหลานชาย อายุ 6 ปี อีก 2 คน

จึงเดินทางไปตรวจสอบ ที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 8 บ้านเนินถาวร ต.นาสนุ่น อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ พบครอบครัวดังกล่าว อาศัยอยู่ในบ้านไม้ชั้นเดียว มีสภาพเก่าๆ ผุๆ พังๆ ลักษณะคล้ายกระต๊อบ ไม่มีประตู ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำที่จะใช้ส่วนตัว พบนางสำนวน ท้าวศิริ อายุ 48 ปี ผู้เป็นภรรยา ที่ต้องหยุดงานอาชีพรับจ้างทั่วไป มาคอยดูแล 4 ชีวิตที่อาศัยอยู่ในบ้าน

โดย นางสำนวน ท้าวศิริ เล่าว่า ปกติตน และนายผ่อง มีสมบัติ อายุ 51 ปี ผู้เป็นสามี มีอาชีพทำงานรับจ้างอยู่ที่ ต.คลองกระจัง อ.ศรีเทพ แต่พอนายเพชร มีสมบัติ อายุ 27 ปี ลูกชาย ซึ่งเดิมมีอาชีพเป็นคนงานก่อสร้างอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร และเป็นเสาหลักของครอบครัว ได้เกิดอุบัติเหตุตกนั่งร้านความสูงประมาณ 10 เมตร ในขณะทำงานก่อสร้างอาคาร เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา จนทำให้ปัจจุบันกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงเดินไม่ได้ ประกอบกับนางเลี้ยง ท้าวศิริ แม่ของตนก็แก่ชราอายุ 75 ปีแล้ว และพิการตาบอดทั้ง 2 ข้าง รวมทั้งยังต้องดูแลเด็กชายอานนท์ มีสมบัติ ลูกชายคนเล็ก อายุ 8 ปี และเด็กชายอนุสรณ์ ศรีสะอาด หลานชาย อายุ 6 ปี อีก 2 คน จึงทำให้ตนต้องอยู่ดูแลบ้าน ไม่สามารถออกไปทำงานรับจ้างเหมือนเดิมได้ ต้องปล่อยให้นายผ่อง มีสมบัติ ผู้เป็นสามี ออกไปทำงานรับจ้างได้ค่าแรงวันละ 250-300 บาท เพียงลำพังคนเดียว แต่ต้องเลี้ยงคนในครอบครัวถึง 6 คน ซึ่งตนก็รู้สึกสงสารสามีมากที่ต้องทำงานหนักเพียงคนเดียว

นางสำนวน ท้าวศิริ ยังเล่าต่ออีกว่า ในช่วงที่นายเพชร มีสมบัติ ลูกชาย ได้เกิดอุบัติเหตุตกนั่งร้าน ในขณะทำงานก่อสร้างอาคารอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมานั้น เป็นช่วงที่เชื้อไวรัสโควิดกำลังระบาดหนัก รัฐบาลได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่ช่วงเวลา 22.00 น.จนถึง 05.00 น. ทำให้ตนซึ่งไปเฝ้าลูกชายอยู่ที่โรงพยาบาลภูมิพลลำบากมาก หาซื้อข้าวกินก็ไม่เป็น ต้องอาศัยซื้อข้าวเซเว่นพอรอดชีวิตมาได้ แต่โรงพยาบาลภูมิพลดูแลดีมาก ทั้งหมอทั้งพยาบาล จะไม่ลืมบุญคุณโรงพยาบาลพ่อหลวงที่สุดของชีวิตแล้ว ที่ได้พึ่งพ่อหลวงทำให้ลูกชายรอดชีวิตด้วยบุญบารมีพ่อหลวงช่วยไว้

โดยก่อนเกิดเหตุมีลางสังหรณ์ มีความรู้สึกร้อนรนอยากไปวัด พอจัดอาหารเพลเสร็จก็นั่งล้างจาน มีคนโทรมาบอกว่าลูกตกนั่งร้าน ก็รีบตามไปดูลูก เห็นสภาพลูกนอนร้องครวญครางก็เลยจับมือบอกลูกว่า แม่ทำบุญมาเยอะนะ แม่อธิษฐานให้ลูกหาย ถ้าลูกหายแล้วแม่จะให้ลูกบวช ต้องทนดูลูกร้องโหยหวนทรมานนานกว่า 2 เดือน ทุกวันนี้หวังแต่เพียงว่า ถ้าลูกชายอาการดีขึ้นสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ตนก็จะได้ออกไปทำงานรับจ้างช่วยสามีได้อีกแรงหนึ่ง