ชาวลาดแคร่วมใจแก้ปัญหา โควิค-19 ด้วยการผลิตหน้ากากอนามัยใช้เอง

ชนแดน – องค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค จัดอบรมให้ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อโรคโคโรนา-2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยด้วยตนเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2563 องค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อโรคโคโรนา 2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยด้วยตนเอง ขึ้น  โดยมี นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ นายอำเภอชนแดน ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ เมื่อถึงเวลาเปิดงาน นายคนองเดช ศรีจริยา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ นอกจากนั้นยังมี นายพิไชยรัช ไชยอัครกัลป์ สาธารณสุขอำเภอชนแดน และ นางนารีรัตน์ ไชยอัครกัลป์ ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอชนแดน ร่วมในพิธีเปิด พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานสภา คณะผู้บริหาร อสม. จิตอาสา กลุ่มสตรี ครู ศพด. เจ้าหน้าที่และประชาชนที่สนใจ จำนวน 100 คน

ประยุกต์ชุดชั้นในสตรี ทำหน้ากากอนามัย

บึงสามพัน – ชาวบ้านหนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ร่วมกับ รพสต. และปราชญ์ชาวบ้าน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 พร้อมสอนทำหน้ากากอนามัย โดยบางส่วนได้ใช้เสื้อชั้นในสตรีราคาถูก ที่ขายตามตลาดนัดมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากวัสดุเริ่มขาดแคลน และหาซื้อยาก

วันที่ 9 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 รวมทั้งได้มีการระดมกำลังกันเพื่อฝึกหัดทำหน้ากากอนามัยให้ได้ 500 ชิ้น แจกให้แก่ชาวบ้านในเขตพื้นที่ ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ ในขณะนี้ หลังทราบข่าวว่า มีชาวบ้านอำเภอใกล้เคียง ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง(อิตาลี) ได้มีการโพสต์ภาพลงในเฟสบุ๊ค โดยมีการสัมผัสกับญาติที่เป็นคนไทยและอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน รวมทั้งยังมีกระแสข่าวว่า มีผีน้อยที่กลับมาจากประเทศเกาหลีบางราย มีพฤติกรรมออกเที่ยวเตร่ ทำตัวเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่ยอมเก็บกักตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลา 14 วัน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไว้ จึงทำให้ชาวบ้านเริ่มหวาดผวากันอย่างหนัก ในขณะที่หน้ากากอนามัย และวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทำหน้ากากก็เริ่มขาดแคลน นับวันจะหาซื้อยาก  

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัวแทนชาวบ้านจาก 18 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.หนองแจง และนักเรียนจากโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุตำบลหนองแจง จำนวนรวมกว่า 60 คน กำลังเร่งฝึกหัดทำหน้ากากอนามัย เพื่อนำความรู้ไปสอนให้ชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง เป็นผู้สนับสนุนในด้านการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองแจง ได้มาบรรยายให้ความรู้ถึงวิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19 อาจารย์จากวิทยาลัยสารสนเทศเพชรบูรณ์ มาให้ทักษะความรู้ด้านวิชาการในการออกแบบขึ้นรูปหน้ากากให้เหมาะสมกับการใช้งาน และรูปใบหน้าของแต่ละบุคคล ส่วนครูจากโรงเรียนผู้สูงอายุ และปราชญ์ชาวบ้าน จะให้ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์รูปแบบหน้ากาก ให้เหมาะสมกับวัสดุในท้องถิ่น ตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน

แต่ที่แปลกไม่เหมือนที่ใดก็คือ มีผู้หัวใสไอเดียร์บรรเจิด นำเสื้อชั้นในสตรี ที่ร้านขายชุดชั้นในสตรีตามตลาดนัด นำมามอบให้ เนื่องจากเป็นสินค้าตกรุ่น รูปแบบไม่ได้รับความนิยม หรือ อาจเป็นไซส์ที่ไม่ได้ขนาด นำมาประยุกต์ใช้ทำหน้ากาก เนื่องจากวัสดุเริ่มขาดแคลนและหาซื้อยาก โดยผู้ออกแบบบอกว่า เสื้อชั้นในส่วนใหญ่อาจจะมีขนาดเล็กเกินไป จนไม่สามารถคลุมใบหน้าได้ จึงต้องดูว่าชิ้นส่วนไหน นำมาใช้เป็นประโยชน์ได้บ้าง แต่ที่หลายคนมองเห็นว่าใช้ได้แน่ น่าจะเป็นส่วนที่เป็นยางยืดของเสื้อชั้นใน ที่สามารถนำมาเป็นยางยืดหน้ากากอนามัยไว้เกี่ยวหูได้

โดยชาวบ้านบางคนยังบอกติดตลกว่า ถ้าไวรัสโควิด 19 ยังไม่หมดไป ไม่เพียงแต่หน้ากากอนามัยจะขาดตลาดแล้ว เสื้อชั้นในสตรีก็อาจจะขาดตลาดด้วย โดยเฉพาะเสื้อชั้นในสตรีที่มีไซส์ใหญ่ๆ คราวนี้บรรดาสาวๆก็อาจจะไม่มีชุดชั้นในใส่ เนื่องจากสินค้าขาดตลาด

 49 total views

เงียบทั้งร้าน! หลังมีโพตส์ ชาวเกาหลีโผล่ร้านส้มตำ เจ้าของร้านแจงลูกค้าประจำ

เพชรบูรณ์ – เงียบทั้งร้าน หลังมีโพตส์ ชาวเกาหลีนั่งกินส้มตำกลางเมืองเพชรบูรณ์ เจ้าของร้านแจงเป็นลูกค้าประจำอยู่เพชรบูรณ์มากว่า 8 เดือนแล้ว

วันที่ 8 มีนาคม 2563 ร.ต.อ.ศักย์ศรณ์ ชัยธรรมาภรณ์ รอง สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วย นายอภิชาติ  กันธุ ตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รพ.เพชรบูรณ์  และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านส้มตำแห่งหนึ่งบริเวณสระกลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมืองเพชรบูรณ์หลังจากมีผู้ใช้เฟสบุคโพสต์ข้อความว่ามีชาวเกาหลีพร้อมครอบครัวเดินทางมากินส้มตำที่ร้านดังกล่าวในช่วงบ่ายที่ผ่านมาจึงเดินทางไปตรวจสอบแต่ไม่พบชาวเกาหลีดังกล่าว จึงขอตรวจสอบจากจากกล้องวงจรปิดภายในร้านพร้อมทั้งชี้แจงถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19

โดยเจ้าของร้านส้มตำดังกล่าวเปิดเผยว่าเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันนี้ได้มีชายชาวเกาหลีอายุประมาณ 35 ปี พร้อมครอบครัวซึ่งเป็นชาวไทยรวมแล้ว 5 คน มารับประทานอาหารและส้มตำโดยใช้เวลาอยู่ในร้านประมาณ 30 นาที แต่ทั้งนี้ลูกค้าชาวเกาหลีคนดังกล่าวเป็นลูกค้าประจำของร้านโดยลูกค้าแจ้งว่ามาอยู่จังหวัดเพชรบูรณ์กับภรรยาชาวไทยได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว และตนก็คุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี แต่อย่างไรก็ตามตนจะได้ติดตามให้มาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพื่อแสดงความบริสุทธิใจ ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ข้อความนี้ไปปรากฎว่าลูกค้าทั่วไปซึ่งตามปกติจะมานั่งกินส้มตำในช่วงเย็น แต่วันนี้แทบไม่มีเลย ได้รับผลกระทบอย่างมาก

ด้าน ร.ต.อ.ศักย์ศรณ์ ชัยธรรมาภรณ์ รอง สว.ตม.จว.เพชรบูรณ์ กล่าวว่าหลังจากได้ทราบข่าวตนจึงได้ประสานไปยังนักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ รพ.เพชรบูรณ์  และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ไปตรวจสอบแต่ไม่พบจึงขอให้เจ้าของร้านติดตามชายชาวเกาหลีคนดังกล่าวมาพบเจ้าหน้าที่ รวมทั้งหากคนในพื้นที่ถ้ารู้จักคนเกาหลีที่มาทานอาหารช่วงเวลาดังกล่าวให้ออกมาแสดงตัวเพื่อความสบายใจของประชาชน

 72 total views

เตรียมพร้อม ก่อนกลับจากเกาหลี สมัครใจกักตัว 14 วัน

เตรียมพร้อม ก่อนกลับจากเกาหลี สมัครใจกักตัว 14 วัน

หนองไผ่ – ชื่นชม ผีน้อย เตรียมตัวก่อนเดินทางกลับจากประเทศเกาหลี แจ้งทางบ้านล่วงหน้าเตรียมสถานที่กักตัวให้พร้อม หลังถึงบ้านยินดีกักตัวด้วยความสมัครใจ 14 วัน  

วันที่ 7 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 6 ตำบลยางงาม อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มีผู้เดินทางกลับมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยง โควิค-19 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข จำเป็นต้องกักตัวเพื่อติดตามอาการเป็นเวลา 14 วัน ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปพบกับบุคคลดังกล่าว เมื่อเดินทางไปถึงพบว่า บุคคลที่แจ้งได้แยกจากญาติและบุคคลอื่นไปอาศัยอยู่ในบ้านเดียวที่แยกบริเวณและไม่มีคนอื่นอาศัยอยู่ด้วย ภายในบ้านได้มีการเตรียมอุปกรณ์ เครื่องใช้  อาหารไว้ให้สามารถรับประทานพร้อมเสร็จ และมีอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อไม่ว่าจะเป็น หน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ สำหรับล้างมือและทำความสะอาด เพื่อป้องกันเชื้อโรค

นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลี (ผีน้อย) เล่าว่า ก่อนที่ตนเองจะเดินทางกลับมาต้องไปแจ้งความประสงค์กับทางการของประเทศเกาหลี หลังจากนั้นก็จะมีการตรวจโรคและตรวจหาเชื้อ โควิค-19 ตามมาตรฐาน ซึ่งต้องรอผลหลายวัน หลังจากพบว่าไม่มีการติดเชื้อแล้ว ทางการเกาหลีจึงอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ เมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย ก็มีการกักตัวบนเครื่องบิน เพื่อเคลียร์ผู้โดยสารในท่าอากาศยานและเตรียมพื้นที่นานกว่า 30 นาที จึงจะสามารถลงจากเครื่องบินได้ หลังจากนั้นก็จะมีการตรวจหาเชื้อ โควิค-19 อีกครั้ง จึงจะสามารถเดินทางกลับบ้านได้ ในส่วนของตนเองได้มีการเตรียมการสำหรับการเดินทางและการกักตัวไว้ล่วงหน้าแล้ว เพราะก่อนหน้าที่อาศัยอยู่ที่ประเทศเกาหลี ทางการได้มีการให้ความรู้และแจ้งเตือนในการปฏิบัติตัวอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ตนเองเตรียมการได้ค่อนข้างดี และไม่มีปัญหาเกิดขึ้น รวมทั้งตนเองก็สมัครใจที่จะกักตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อแสดงให้คนในชุมชนและผู้ที่อยู่ใกล้ชิดได้เกิดความสบายใจ แต่ก็ขอความเห็นใจและความเข้าใจจากคนรอบข้างด้วยว่า หลังจากผ่านการกักตัวตามเวลาแล้วขอให้ปฏิบัติกับตนเองเหมือนคนปกติทั่วไป

หลังจากนั้นได้สอบถามว่า มีหน่วยงานหรือองค์ใดติดต่อเข้ามาแล้วหรือยัง ทราบว่า ในเบื้องต้นยังไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบในพื้นที่ติดต่อหรือเข้ามาดูและแต่อย่างใด ในขณะนี้ก็เริ่มมีปัญหาหน้ากากอนามัยที่มีอยู่ใกล้จะหมดและหาซื้อไม่ได้ ก็อยากขอความอนุเคราะห์จากหน่วยงานในพื้นที่หากสามารถนำมามอบให้ได้ก็จะเป็นการดี

สำหรับมารดาของนางสาวเอ (นามสมมุติ) ผู้ที่เดินทางกลับจากประเทศเกาหลี หรือผีน้อย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวไหมก็ตอบกับผู้สื่อข่าวพร้อมกับยิ้มว่า กลัว ตนเองกับหลานก็ย้ายออกไปพักกับญาติที่อยู่หลังถัดกันไป แต่ก็ยังมาดูแลลูกสาวทุกวัน ด้วยการเฝ้าที่หน้าบ้านและคอยจัดหาสิ่งของที่ลูกสาวต้องการไปไว้ให้ หลังจากนั้นลูกสาวก็จะเดินออกมารับเข้าบ้านไป

 90 total views,  1 views today

พบสุนัขจิ้งจอกหรือหมาป่าพลัดหลงฝูงลงจากเขาวิ่งข้ามถนนถูกรถชนเสียชีวิต

วิเชียรบุรี – พบสุนัขจิ้งจอก สัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ถูกรถชนเสียชีวิต บนถนนสระบุรี-หล่มสัก บริเวณหมู่บ้านซับกองทอง อำเภอวิเชียรบุรี

วันที่ 6 มีนาคม 2563 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเชียรบุรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีผู้พบหมาป่า หรือ สุนัขจิ้งจอก หลงฝูง วิ่งพลัดหลงลงมาจากเทือกเขา เข้ามาในพื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้าน หมู่ที่ 8 บ้านซับคำกอง ต.สามแยก อ.วิเชียรบุรี และได้วิ่งข้ามถนนเส้นทางหลวงหมายเลข 21 ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ช่วงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 132 – 133 ฝั่งขาล่องมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ บริเวณหน้าวัดซับคำกอง จนถูกรถยนต์แบบเก๋ง สีขาว หมายเลขทะเบียน จ.เลย ที่วิ่งมาจาก อ.เมืองเพชรบูรณ์ ชนเข้าอย่างจัง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส  ดาบตำรวจ ณัฐวุฒิ ศิริศักดิ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้ยามสามแยกวิเชียรบุรี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เนื่องจากสุนัขจิ้งจอก หรือ หมาป่า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง  ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช.2535

ที่เกิดเหตุ พบสุนัขจิ้งจอก หรือ หมาป่า เพศเมีย อายุประมาณไม่เกิน 1 ปี น้ำหนักประมาณ 10-13 กิโลกรัม ความยาวจากหัวถึงลำตัวประมาณ 90 เซนติเมตร ถูกคนขับรถที่ชนลากมานอนอยู่ที่ฟุตบาทริมถนน นอนหายใจรวยริน ขาขวาด้านหน้า และ กระดูกสะโพกเชิงกรานขาหลังหัก มีเลือดออกทางอวัยวะสืบพันธุ์  โดยมี นางสาวสุกัลยา แก่นทิม อายุ 44 ปี ชาวบ้านที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ และเป็นคนโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ นั่งรอความช่วยเหลืออยู่ และเมื่อดาบตำรวจ ณัฐวุฒิ ศิริศักดิ์ มาถึง จึงรีบนำสุนัขจิ้งจอก หรือหมาป่า ตัวดังกล่าว ส่งคลีนิคกนิษฐารักษาสัตว์ ที่ อ.บึงสามพัน ต่อไป

โดยทางสัตวแพทย์ ได้ทำการปฐมพยาบาลในเบื้องต้น ตรวจวัดความดัน ให้น้ำเกลือ และทำการเอ็กซ์เรย์ พบว่าอวัยวะภายในบอบช้ำมาก คาดว่ากระเพาะปัสสาวะแตก ปอดตกเลือด และทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ด้าน นางสาวสุกัลยา แก่นทิม ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ตนขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี เห็นหมาจิ้งจอกถูกรถชนได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ใกล้กันพบรถยนต์สีขาวทะเบียนจังหวัดเลย มีผู้หญิงและผู้ชาย น่าจะเป็นสามีภรรยากันยืนดูกันชนหน้ารถที่บุบเสียหายอยู่ ตนจึงถามไปว่าพี่เป็นคนขับรถชนหมาใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ ตนจึงเรียกให้ช่วยดึงหมาออกมาไว้ข้างถนน เพราะเกรงว่าจะถูกรถเหยียบซ้ำ และขอให้ช่วยพาหมาที่ได้รับบาดเจ็บไปหาหมอได้ไหม เขาตอบว่าไม่ได้เขาจะรีบไป ตนจึงโทรไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจตู้ยามสามแยกวิเชียรบุรี มาช่วยนำสุนัขที่บาดเจ็บส่งคลีนิครักษาสัตว์ และนั่งรอดูหมาอยู่จนเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง

ส่วนสาเหตุที่สุนัขจิ้งจอก หรือ หมาป่า หลงฝูง และวิ่งพลัดหลงลงมาจากเทือกเขา เข้ามาในพื้นที่ป่าท้ายหมู่บ้าน  ก็น่าจะสืบเนื่องจากปัญหาภัยแล้ง จนทำให้ขาดแคลนแหล่งน้ำและแหล่งอาหาร จนต้องออกจากป่ามาหากิน รวมทั้งก่อนหน้านี้ได้เกิดไฟป่าที่บนเทือกดังกล่าว จนอาจทำให้สัตว์หนีตายออกจากป่าก็เป็นได้

 96 total views

เร่งเตรียมสถานที่กักตัว หลังพบ 7 ผีน้อย ยังใช้ชีวิตตามปกติ

เพชรบูรณ์ – ผู้ว่าฯ สั่งเตรียมสถานที่กักตัว หลังพบ 7 ผีน้อย ที่เดินทางกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ ยังใช้ชีวิตตามปกติ

วันที่ 6 มีนาคม 2563 นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผวจ.เพชรบูรณ์ พ.ต.อ.ฐเดช กล่อมเกลี้ยง รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ แพทย์ พยาบาลจากโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเพชรบูรณ์ ลงพื้นที่ตรวจกองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ 1 ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ เพื่อเตรียมปรับปรุงเป็นสถานที่กักตัวผีน้อยที่เดินทางจากประเทศเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาโดยไม่ได้ถูกกักตัว โดยในเบื้องต้นพบว่ามีจำนวน 7 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของจังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเพชรบูรณ์จะได้ประสานกับโรงพยาบาลชุมชนตำบล เจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการติดตามตัวเพื่อนำมากักกันเพื่อเฝ้าระวังจนกว่าจะพ้นระยะปลอดภัย

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้สั่งการให้ทำการปรับปรุงตัวอาคาร ห้องน้ำ ห้องนอน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 9 มี.ค.2563 นี้ โดยจังหวัดจะหางบประมาณมาสนับสนุนทั้งในด้านวัสดุอุปกรณ์ในการก่อสร้าง รวมทั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นที่ใช้ในการดูแลผีน้อยทั้ง 7 รายอีกด้วย

ด้านโรงพยาบาลเพชรบูรณ์ได้จัดเตรียมรถพยาบาลพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้สำหรับรับผู้ที่ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยจะเตรียมพร้อมไว้เฉพาะกรณีนี้โดยเฉพาะตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งมีห้องปลอดเชื้อที่พร้อมจะรองรับหากพบว่ามีผู้ติดเชื้อจริง ๆ ทั้งนี้จังหวัดเพชรบูรณ์จึงขอให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศที่เสี่ยงตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมาและไม่ถูกกักกันตัวเพื่อเฝ้าดูอาการ ให้ไปรายงานตัวหรือแจ้งได้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบลหรือโรงพยาบาลที่ใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด

 67 total views