ชวนเพื่อนมา พรีเดเตอร์ 2 ตัว เต้นไปด้วย ขายกล้วยทอดไปด้วย ลูกค้าแห่อุดหนุน

เพชรบูรณ์ คนขายกล้วยทอดโมเลน 2 คน แต่งชุดเป็นพรีเดเตอร์ตัวสีเขียวกับตัวสีชมพูพร้อมกับเต้นให้ลูกค้าดูอยู่ที่บริเวณสี่แยกอินโดจีน

วันที่ 1 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีคนขายกล้วยทอดโมเลน 2 คน แต่งชุดเป็นพรีเดเตอร์ตัวสีเขียวกับตัวสีชมพูพร้อมกับเต้นให้ลูกค้าดูอยู่ที่บริเวณสี่แยกอินโดจีน ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ จึงเดินทางไปตรวจสอบพบพรีเดเตอร์ 2 ตัวกำลังเต้นอบู่เกาะกลางบริเวณสี่แยกอินโดจีน อ.หล่มสัก สร้างความสนใจให้กับผู้ที่ผ่านไป-มา รวมทั้งให้การอุดหนุน บางรายถึงกับจอดรถข้างทางและมาร่วมเต้นอย่างสนุกสนาน

นายคเณ ณิชกุลกัลยาภา อายุ 40 ปี ชาว อ.เมืองเพชรบูรณ์ ซึ่งแต่งตัวชุดพรีเดเตอร์สีเขียวเปิดเผยว่า ตนทำกล้วยทอดโมเลน ซึ่งเป็นขนมกล้วยทอดของประเทศอินโดนีเซีย จากนั้นได้นำบรรจุใส่กระป๋อง ติดสติ๊กเกอร์ และจะนำออกไปขายที่บริเวณสี่แยกไฟแดงอินโดจีน เพราะจุดนี้เป็นทางผ่านของนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวทั้งภูทับเบิก เขาค้อและน้ำหนาว แต่ก็มาคิดว่าบริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อน แดดแรง จึงมีแนวคิดที่จะทำหน้ากากเพื่อกันแดดและกันร้อน ในที่สุดจึงได้ออกแบบมาเป็นพรีเดเตอร์ โดยศรีษะทำจากหมวกกันน็อก ส่วนเส้นผมก็ทำจากท่อยาง และได้ทำพรีเดเตอร์ตัวเล็กถือขวดนมติดไว้ด้านหลังด้วย  เมื่อแต่งชุดแล้วถือตะกร้าพร้อมทั้งเปิดเพลงเต้นไปด้วย ขายไปด้วย ปรากฏว่าเป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก และให้การอุดหนุนซื้อกล้วยทอดเป็นอย่างดี โดยเมื่อก่อนนั้นขายเพียงคนเดียว และในช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ตนจึงได้ชวนเพื่อมาร่วมขายด้วย

ด้าน น.ส.ณิชมล แก้วสุขแสง อายุ 40 ปี ซึ่งแต่งตัวชุดพรีเดเตอร์สีชมพู เปิดเผยว่า เพิ่งพึ่งจะมาขายวันนี้วันที่สองลูกค้าให้การตอบรับดีมากขายได้วันละประมาณ 200 กล่อง และสาเหตุที่ตนเต้นพร้อมเพรียงกันเนื่องจากเมื่อก่อนตนและเพื่อนมีอาชีพเป็นแดนเซอร์และตกงานตั้งแต่โควิดรอบแรกจนถึงปัจจุบัน เมื่อเพื่อนลองชวนมาขายกล้วยทอดโมเลนจึงลองดูก็ปรากฏว่าลูกค้าให้การตอบรับดีมาก หากใครที่มาเที่ยวเพชรบูรณ์ผ่านเขาค้อ ทับเบิก ก็ขอให้แวะทักทายและอุดหนุนโดยขายเพียงกล่องละ 20 บาทเท่านั้น

เดือดร้อนหนัก หัวขโมย แอบยกต้นบอนสี 3 ครั้งภายในเดือนเดียว สูญเงินไปนับหมื่นบาท

เพชรบูรณ์  แม่ค้าบอนสีเดือดร้อนหนักถูกหัวขโมยเข้าแล้ว 3 ครั้งในเดือนเดียวสูญเงินนับหมื่นบาท และนอกจากนั้นยังมีร้านขายโทรศัพท์ถูกขโมยย่องมายกต้นบอนสีไปทั้งกระถางโดยกล้องวงจรปิดสามารถเก็บภาพไว้ได้

วันที่ 30 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ได้มีแม่ค้าขายต้นบอนสีตลาดเทศบาล ต.ดงขุย อ.ชนแดน ถูกขโมยแอบย่องมาลักต้นบอนสีไปแล้ว 3 ครั้งภายในเดือนเดียวสูญเงินไปนับหมื่นบาทและนอกจากนั้นยังมีร้านขายโทรศัพท์ถูกขโมยย่องมายกต้นบอนสีไปทั้งกระถางโดยกล้องวงจรปิดสามารถเก็บภาพไว้ได้จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าร้านขายบอนสีดังกล่าวตั้งอยู่ริมถนนชมฐีระเวช ตลาดเทศบาล ต.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์

น.ส.กรกมล พรมหิทธ์ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 256 หมู่ 11 ต.บ้านกล้วย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านเปิดเผยว่าตนมีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลและรับจ้างทั่วไป มีความชื่นชอบบอนสีบอนด่างมานานแล้ว และได้ซื้อเก็บสะสมไว้ตั้งแต่กระแสยังไม่ดัง กระทั้งเริ่มมีกระแสความนิยมมากขึ้นอีกทั้งมีราคาสูงขึ้น ตนจึงได้นำออกมาขาย บางต้นก็ทำการแยกหน่อแยกกระถาง รวมทั้งไปหาซื้อมาเพื่อนำมาขายต่อ โดยได้นำมาวางขายอยู่ริมถนนตลาดเทศบาลตำบลดงขุย โดยตั้งเป็นแผงชั่วคราว โดยมีผู้ใจดีให้วางขายที่หน้าร้าน และนอกจากนั้นก็ยังขายปุ๋ย ขายดินสำหรับปลูกบอนสีอีกด้วยโดยเปิดตั้งแต่เช้าและเมื่อตกเย็นก็ปิดร้านโดยการนำต้นที่กระถางเล็ก ๆ ราคาค่อนข้างสูงไปเก็บไว้ภายในร้านของผู้ใจดี ส่วนกระถางใหญ่ ๆ ที่ราคาประมาณ 400-500 บาท ก็จะวางไว้หน้าร้านแล้วใช้สแลนสีเขียวปิดไว้

น.ส.กรกมล พรมหิทธ์ เปิดเผยอีกว่าตั้งแต่กระแสบอนสีแรงไม่หยุด รวมทั้งราคาก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ปรากฎว่าตั้งแต่ต้นเดือนที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ต้นไม้ภายในร้านถูกมือดีย่องมาขโมยไปแล้วถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อประมาณต้นเดือนหายไป 3 กระถาง ตนจึงไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ดงขุย แต่ก็ยังไม่สามารถจับหัวขโมยได้ กระทั่งกลางเดือนที่ผ่านมาก็ถูกขโมยอีก 1 กระถาง คราวนี้คนร้ายได้ขโมยปุ๋ยไปอีก 40 ถุง และล่าสุดไม่กี่วันมานี้ก็ถูกขโมยไปอีกถึง 10 กระถาง รวม ๆ แล้ว ซึ่งก็คาดว่าคนที่ขโมยคงจะขโมยไปขายอย่างแน่นอน ความเสียหายทั้งหมดน่าจะประมาณหมื่นกว่าบาท ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็ได้แต่วิงวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราให้ถี่กว่านี้ รวมทั้งให้ติดตามจับกุมตัวหัวขโมยรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว เพราะเท่าที่รู้มีชาวบ้านที่ถูกขโมยออกอาละวาดขโมยต้นบอนสีไปแล้วหลายราย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายอาณัติ ครุฑรื่น เจ้าของร้านช่างณัติ มีสตางค์โฟน ซื้อ – ขาย – ซ่อม โทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ห่างจากร้านขายบอนสีประมาณ 100 เมตร ซึ่งก็ถูกขโมยเช่นกัน โดยได้เปิดเผยว่าตนชื่นชอบบอนสีโดยเฉพาะต้นแบล็คเมจิกที่มีความพิเศษคือเมื่ออยู่ในร่มใบจะเป็นสีเขียว แต่เมื่อนำมาเลี้ยงกลางแดดใบจะเป็นนวลดำ โดยตนได้ซื้อและเลี้ยงมาประมาณ 1 ปีแล้ว จนต้นเป็นกอใหญ่ แบ่งขายไปแล้วหลายรุ่น ส่วนต้นแม่ตนได้ใส่กระถางตั้งโชว์ไว้หน้าร้าน กระทั่งเช้าวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อเปิดร้านก็พบว่าต้นแบล็คเมจิกได้หายไปแล้ว ตนจึงไปเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่าประมาณเที่ยงคืนครึ่งได้มีคนร้ายเข้ามาขโมยยกไปทั้งกระถาง ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเอาไปขายหรือไม่ก็มีใบสั่งให้มาขโมย ซึ่งขณะนี้ตนก็ได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.ดงขุยแล้ว

ด้านชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่าตนก็ชอบเลี้ยงบอนด่าง บอนสีเช่นเดียวกัน แต่ไม่ซื้อ-ขาย ชอบสะสม แลกเปลี่ยน และที่ผ่านมาก็ตั้งโชว์ไว้หน้าบ้าน หลังจากมีข่าวว่ามีขโมยออกอาละวาดตระเวนลักต้นบอนสีบอนด่างตนก็รู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะเมื่อคืนนอนไม่หลับเลย จึงคิดว่าในวันนี้คงต้องยกไปเก็บไว้หลังบ้านทั้งหมด

กองพันทหารช่างที่ 8 ช่วยชาวบ้าน สร้างสะพานชั่วคราว เนื่องจากถนนขาดเพราะพิษเตี้ยนหมู่ ทำถนนสายหลักพังและน้ำท่วมสูง จนรถวิ่งผ่านไม่ได้

เพชรบูรณ์ กองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้นำอุปกรณ์สะพานแบริ่ง ความยาว 15 เมตร มาทำการติดตั้งให้ใช้เป็นการชั่วคราว ในขณะที่ได้มีบรรดานักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวที่อำเภอเขาค้อ และภูทับเบิก ในช่วงวันหยุดยาวจำนวนมาก ได้มานั่งรอให้การทหารทำการติดตั้งสะพานเสร็จ เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน

วันที่ 26 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีที่ พายุดีเปรสชั่นเตี้ยนหมู่ ได้เคลื่อนปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย รวมทั้งภาคเหนือตอนล่าง ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ประกอบกับมีน้ำป่าจากเทือกเขาต่างๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ และเทือกเขาพังเหย จังหวัดชัยภูมิ ไหลลงมาสมทบ ทำให้น้ำในแม่น้ำป่าสักที่อำเภอวิเชียรบุรี ซึ่งมีมวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอตอนบน มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้เอ่อล้นไหลเข้าท่วม 40 หมู่บ้าน ใน 14 ตำบล ของอำเภอวิเชียรบุรี ราษฎรได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากบ้านเรือนถูกน้ำท่วมขัง จำนวนกว่า 2,500 หลังคาเรือน พืชผลทางการเกษตรจมอยู่ใต้น้ำจำนวนหลายพันไร่ ถนนสายหลัก และถนนภายในหมู่บ้านหลายสาย ถูกน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะที่เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ถนนสายสระบุรี – หล่มสัก ซึ่งเป็นถนนสายหลัก แบบ 4 ช่องจราจร หรือ ถนน 4 เลน บริเวณช่วงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 112-116  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อกันระหว่างตำบลพุเตยกับตำบลพุขาม อำเภอวิเชียรบุรี ได้ถูกมวลน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกราก ไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตร และเอ่อล้นเข้าท่วมถนนทั้งฝั่งเขาเข้าและฝั่งขาออก โดยระดับน้ำท่วมสูงประมาณ 80 -90 เซนติเมตร บางแห่งท่วมสูงถึงเกือบ 150 เซนติเมตร จนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรวิ่งผ่านไปมาได้ และมีรถยนต์ที่จอดอยู่บนถนนบางคัน ถูกน้ำท่วมสูงจนเกือบมิดหลังคา

ในขณะที่เส้นทางหลวงหมายเลข 2275 ถนนสายวิเชียรบุรี-บ่อรัง บริเวณพื้นที่หมู่ 5 บ้านทุ่งใหญ่ ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี ได้ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะพัดจนถนนขาดพังเสียหายไปเกือบ 10 เมตร จนรถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ล่าสุด ทหารจากกองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 ได้นำอุปกรณ์สะพานแบริ่ง ความยาว 15 เมตร มาทำการติดตั้งให้ใช้เป็นการชั่วคราว ในขณะที่ได้มีบรรดานักท่องเที่ยว ที่เดินทางมาเที่ยวที่อำเภอเขาค้อ และภูทับเบิก ในช่วงวันหยุดยาวจำนวนมาก ได้มานั่งรอให้การทหารทำการติดตั้งสะพานเสร็จ เพื่อจะเดินทางกลับบ้าน เพราะถนนเส้นทางหลักที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพทั้ง 2 สาย ยังไม่สามารถใช้การได้

พันโทวีระชาติ โชติวรอานนท์ ผู้บังคับกองพันทหารช่างที่ 8 กองพลทหารม้าที่ 1 กล่าวว่า ได้รับการประสานจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านมาทางผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1 ได้สั่งการให้กองพันทหารช่างที่ 8 จัดรถสะพานเข้ามาสนับสนุน เพื่อแก้ปัญหาถนนที่ถูกตัดขาดจากกระแสน้ำความยาว 15 เมตร สามารถรับน้ำหนักรถถังรถยานเกาะได้ แต่ว่าในส่วนตรงนี้เพื่อความปลอดภัยควรใช้น้ำหนักไม่เกินรถหกล้อ เพราะเส้นทางจราจรคับแคบ

ผู้ใจบุญ สนับสนุนไข่ไก่ 48,000 ฟอง ให้ผู้ป่วยโควิด

บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด สนับสนุนไข่ไก่ จำนวนทั้งสิ้น 48,000 ฟอง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี และ อำเภอศรีเทพ   

วันที่ 9 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัด สนับสนุนไข่ไก่พร้อมแจกจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอวิเชียรบุรี และ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวนทั้งสิ้น 48,000 ฟอง พร้อมด้วยชุดอุปกรณ์ PPE เพื่อส่งมอบต่อให้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลและองค์การส่วนตำบลในพื้นที่ โดยนำไปแจกจ่ายให้แก่ประชาชน มอบให้เป็นขวัญและกำลังใจ ช่วยเหลือชุมชนสู้ภัยโควิด

สำหรับสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 2 อำเภอดังกล่าว มีแนวโน้มลดลง และเพิ่มอัตราการฉีดวัคซีนให้มากขึ้นต่อเนื่องเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกด้วย

ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดูรายงานสถานการณ์โควิด-19 มาตรการต่างๆ คำแนะนำสำหรับประชาชน และคำถามที่พบบ่อย (FAQ) ชุดข้อมูลประจำวัน ข้อมูลสถานการณ์ในไทย สายด่วน 1422

ชาวลาดแคร่วมใจแก้ปัญหา โควิค-19 ด้วยการผลิตหน้ากากอนามัยใช้เอง

ชนแดน – องค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค จัดอบรมให้ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อโรคโคโรนา-2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยด้วยตนเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2563 องค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค ได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้ในการป้องกันการติดเชื้อโรคโคโรนา 2019 (COVID-19) และการจัดทำหน้ากากอนามัยด้วยตนเอง ขึ้น  โดยมี นายชาครินทร์ อินอิ่มวรปราชญ์ นายอำเภอชนแดน ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฯ เมื่อถึงเวลาเปิดงาน นายคนองเดช ศรีจริยา ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปฏิบัติหน้าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลาดแค ได้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดโครงการ นอกจากนั้นยังมี นายพิไชยรัช ไชยอัครกัลป์ สาธารณสุขอำเภอชนแดน และ นางนารีรัตน์ ไชยอัครกัลป์ ผู้ช่วยสาธารณสุขอำเภอชนแดน ร่วมในพิธีเปิด พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประธานสภา คณะผู้บริหาร อสม. จิตอาสา กลุ่มสตรี ครู ศพด. เจ้าหน้าที่และประชาชนที่สนใจ จำนวน 100 คน

ประยุกต์ชุดชั้นในสตรี ทำหน้ากากอนามัย

บึงสามพัน – ชาวบ้านหนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ร่วมกับ รพสต. และปราชญ์ชาวบ้าน จัดอบรมให้ความรู้การป้องกันเชื้อไวรัสโควิด 19 พร้อมสอนทำหน้ากากอนามัย โดยบางส่วนได้ใช้เสื้อชั้นในสตรีราคาถูก ที่ขายตามตลาดนัดมาประยุกต์ใช้ เนื่องจากวัสดุเริ่มขาดแคลน และหาซื้อยาก

วันที่ 9 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้การป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 รวมทั้งได้มีการระดมกำลังกันเพื่อฝึกหัดทำหน้ากากอนามัยให้ได้ 500 ชิ้น แจกให้แก่ชาวบ้านในเขตพื้นที่ ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ ในขณะนี้ หลังทราบข่าวว่า มีชาวบ้านอำเภอใกล้เคียง ที่เดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง(อิตาลี) ได้มีการโพสต์ภาพลงในเฟสบุ๊ค โดยมีการสัมผัสกับญาติที่เป็นคนไทยและอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน รวมทั้งยังมีกระแสข่าวว่า มีผีน้อยที่กลับมาจากประเทศเกาหลีบางราย มีพฤติกรรมออกเที่ยวเตร่ ทำตัวเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่ยอมเก็บกักตัวอยู่กับบ้านเป็นเวลา 14 วัน ตามที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศไว้ จึงทำให้ชาวบ้านเริ่มหวาดผวากันอย่างหนัก ในขณะที่หน้ากากอนามัย และวัสดุอุปกรณ์ที่นำมาใช้ทำหน้ากากก็เริ่มขาดแคลน นับวันจะหาซื้อยาก  

ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบ พบตัวแทนชาวบ้านจาก 18 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.หนองแจง และนักเรียนจากโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุตำบลหนองแจง จำนวนรวมกว่า 60 คน กำลังเร่งฝึกหัดทำหน้ากากอนามัย เพื่อนำความรู้ไปสอนให้ชาวบ้านแต่ละหมู่บ้าน โดยทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแจง เป็นผู้สนับสนุนในด้านการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ขณะที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองแจง ได้มาบรรยายให้ความรู้ถึงวิธีการป้องกันไวรัสโควิด 19 อาจารย์จากวิทยาลัยสารสนเทศเพชรบูรณ์ มาให้ทักษะความรู้ด้านวิชาการในการออกแบบขึ้นรูปหน้ากากให้เหมาะสมกับการใช้งาน และรูปใบหน้าของแต่ละบุคคล ส่วนครูจากโรงเรียนผู้สูงอายุ และปราชญ์ชาวบ้าน จะให้ความรู้เกี่ยวกับการประยุกต์รูปแบบหน้ากาก ให้เหมาะสมกับวัสดุในท้องถิ่น ตามวิถีชีวิตของชาวบ้าน

แต่ที่แปลกไม่เหมือนที่ใดก็คือ มีผู้หัวใสไอเดียร์บรรเจิด นำเสื้อชั้นในสตรี ที่ร้านขายชุดชั้นในสตรีตามตลาดนัด นำมามอบให้ เนื่องจากเป็นสินค้าตกรุ่น รูปแบบไม่ได้รับความนิยม หรือ อาจเป็นไซส์ที่ไม่ได้ขนาด นำมาประยุกต์ใช้ทำหน้ากาก เนื่องจากวัสดุเริ่มขาดแคลนและหาซื้อยาก โดยผู้ออกแบบบอกว่า เสื้อชั้นในส่วนใหญ่อาจจะมีขนาดเล็กเกินไป จนไม่สามารถคลุมใบหน้าได้ จึงต้องดูว่าชิ้นส่วนไหน นำมาใช้เป็นประโยชน์ได้บ้าง แต่ที่หลายคนมองเห็นว่าใช้ได้แน่ น่าจะเป็นส่วนที่เป็นยางยืดของเสื้อชั้นใน ที่สามารถนำมาเป็นยางยืดหน้ากากอนามัยไว้เกี่ยวหูได้

โดยชาวบ้านบางคนยังบอกติดตลกว่า ถ้าไวรัสโควิด 19 ยังไม่หมดไป ไม่เพียงแต่หน้ากากอนามัยจะขาดตลาดแล้ว เสื้อชั้นในสตรีก็อาจจะขาดตลาดด้วย โดยเฉพาะเสื้อชั้นในสตรีที่มีไซส์ใหญ่ๆ คราวนี้บรรดาสาวๆก็อาจจะไม่มีชุดชั้นในใส่ เนื่องจากสินค้าขาดตลาด

 315 total views