อาชญากรรม » ปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า ไทย-มาเลเซีย จับกุมรายใหญ่ ยึดของกลางกว่า 60 ล้านบาท

ปฏิบัติการ ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้า ไทย-มาเลเซีย จับกุมรายใหญ่ ยึดของกลางกว่า 60 ล้านบาท

18 พฤศจิกายน 2022
8   0

กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเปิดปฏิบัติการ“ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าไทย-มาเลเซียรายใหญ่ยึดของกลางกว่า 60 ล้านบาท”

ตามนโยบายของรัฐบาลโดย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี , นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ที่ให้ความสำคัญในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในทุกรูปแบบ ให้ถือเป็นนโยบายสำคัญ โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันปราบปรามมิจฉาชีพและอาชญากรรมออนไลน์อย่างจริงจัง รวมถึงการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของผู้บริโภคในการใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานและเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน กรณีพบการลักลอบนำเข้าสินค้าบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อนำมาขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการขายสินค้าที่ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9 /2558 เรื่องห้ามขาย หรือห้ามให้บริการ “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า”ลง 28 ม.ค.58 จึงประสานความร่วมมือกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(สอท.) ในการสืบสวนจนกระทั่งทราบว่า มีการลักลอบนำเข้าสินค้าประเภทบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าจำนวนมากจากต่างประเทศเพื่อนำโฆษณาขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพจเฟซบุ๊ก“thisissaltsofficia” ผ่านเว็บไซต์ https://www.thisissalts.com/ และอินสตราแกรม @ thisissalts_official ใช้วิธีขนส่ง

ผ่านทางไปรษณีย์ไทย อำพรางเป็นพัสดุไปรษณีย์ซึ่งสำแดงเป็นผลิตภัณฑ์อื่น จากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ส่งมาที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรีซึ่งพัสดุจะมาถึงที่ทำการไปรษณีย์หนองแคในวันที่ 16 พ.ย.65 จึงได้ประสานความร่วมมือเปิดปฏิบัติการ“ทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าไทย-มาเลเซียรายใหญ่”

เมื่อวันที่ 16 พ.ย.2565 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นำโดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ,พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. , พล.ต.ต. วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.สอท.2 , พ.ต.อ.มรกต แสงสระคู ผกก.1 บก.สอท.2 พร้อมกำลังตำรวจ กก.1 บก.สอท.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองแค จว.สระบุรีร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) นำโดยพ.ต.อ.ประทีป เจริญกัลป์ รองเลขาธิการ สคบ. , นายเลิศศักดิ์ รักธรรม ผอ.ส่วนบังคับคดี กองกฎหมายและคดี, นายประยงค์ เฉลิมทิศ นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ , ว่าที่ร้อยตรีพลพฤกษ์ วงศาโรจน์ นักสืบสวนสอบสวน , นายเอกวิทย์ แสงเงิน นักสืบสวนสอบสวน , พ.ต.ท.อนุรักษ์ จิรจิตร ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้แทน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข โดยนายจิระวัฒน์ อยู่สบาย รักษาการ ผอ.กองงานคณะกรรมการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ร่วมกันจับกุม นายสันติ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปีซึ่งเป็นผู้รับพัสดุที่ทำการไปรษณีย์หนองแค โดยใช้รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ รุ่น แอล200 หมายเลขทะเบียน บพ4558 สระบุรี และได้ขนลังพัสดุจำนวนมากขึ้นบรรทุกไว้ที่ท้ายรถ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตนและขอทำการตรวจสอบพัสดุดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 46 ลัง ภายในลังบรรจุ 150 กล่อง และภายในกล่องบรรจุ 10 ชิ้น รวมจำนวนประมาณ 64,000 ชิ้น ซึ่งมูลค่าในท้องตลาด ซื้อขายราคาชิ้นละ 200-400 บาท รวมมูลค่าประมาณ 13,500,000 บาท นายสันติฯ รับว่าได้รับการว่าจ้างจาก น.ส.มิกซ์ ให้มารับน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวไปส่งที่ บ้านเลขที่ 89/37 ต.หนองไข่น้ำ อ.หนองแค จว.สระบุรีจับกุมในข้อหา “ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งห้ามขาย หรือห้ามให้บริการบารากู่ บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 แก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 มาตรา 29/9, 56/4 และคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ลง 28 มกราคม 2558” โดยจับกุมได้ที่ ที่ทำการไปรษณีย์หนองแค จังหวัดสระบุรี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ สคบ.จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดสระบุรีออกหมายค้นที่ ค.196/2565 ลง 16 พ.ย.65 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 89/37 ต.หนองไข่น้ำ อ.หนองแค จว.สระบุรี ผลการตรวจค้นพบบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า รวมจำนวนประมาณ 229 ลัง หรือประมาณ 160,000 ชิ้น มูลค่าในท้องตลาดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 37,000,000 บาท จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และพบว่าบ้านหลังดังกล่าวใช้เป็นสำนักงานและสถานที่เก็บบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้า สำหรับจำหน่ายผ่านทางออนไลน์

จากการสืบสวนขยายผลยังพบข้อมูลอีกว่ายังมีบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าอีกจำนวนหนึ่งที่อำพรางเป็นพัสดุไปรษณีย์ ซึ่งสำแดงเป็นผลิตภัณฑ์อื่น จากอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ส่งมาที่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี และจะมาถึงที่ทำการไปรษณีย์หนองแคในวันที่ 17 พ.ย.65 ขณะนี้พัสดุดังกล่าวอยู่ที่ศูนย์ไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยาเพื่อรอนำจ่าย เจ้าหน้าที่จึงได้เดินทางไปที่ศูนย์ไปรษณีย์พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจสอบผลการตรวจสอบพบพัสดุจำนวน 20 ลัง มีชื่อผู้รับคนเดียวกันกับพัสดุที่ยึดได้ที่ไปรษณีย์หนองแค เมื่อเปิดตรวจพบ 1. น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 29,000 ชิ้น 2. อุปกรณ์บุหรี่ไฟฟ้า (Pod) จำนวน 4,000 ชิ้น มูลค่าในท้องตลาดคิดเป็นมูลค่าประมาณ 7,500,000 บาท จึงตรวจอายัดและยึดไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าในท้องตลาดคิดเป็นมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ยังคงมุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการเชิงรุก ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และการอำนวยความยุติธรรม เพื่อบำบัดทุกข์และบำรุงสุขของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ตามวิสัยทัศน์ของ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ผบ.ตร. ที่ว่า“เป็นตำรวจมืออาชีพ ทำงานเชิงรุก เพื่อความสงบสุขของประชาชน” ทั้งหากประชาชนท่านใดพบเบาะแสในการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เลขที่ 904 ชั้น 9 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ (รัชกาลที่ 10) ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 11120 หรือ www.thaipoliceonline.com จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง