เรื่องฮอด ประเด็นฮิต » สาธารณสุขเชียงใหม่ เตือน!! ฝนตกหลายพื้นที่ อาจมีน้ำท่วมขัง ระวังไข้เลือดออก

สาธารณสุขเชียงใหม่ เตือน!! ฝนตกหลายพื้นที่ อาจมีน้ำท่วมขัง ระวังไข้เลือดออก

12 กรกฎาคม 2022
132   0

นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่  กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกถือเป็นโรคประจำถิ่นที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ ขอความร่วมมือจาก พี่น้องประชาชนช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย

วันที่​ 10 ก.ค.​ 65 นพ.จตุชัย​ มณีรัตน์​ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่​  กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกถือเป็นโรคประจำถิ่นที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งการแก้ปัญหาโรคไข้เลือดออกต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะประชาชนและสถานที่ต่าง ๆ ในการช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ด้วยมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค​ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) มีข้อมูลว่า​ โรคไข้เลือดออกมีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลก ในทศวรรษที่ผ่านมา โดย 70% ของกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการเป็นไข้เลือดออกอยู่ในทวีปเอเชีย  โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่ระบาดได้ตลอดทั้งปี พบการระบาดสูงสุดในช่วงฤดูฝน จากการคาดการณ์สถานการณ์ พบว่าปี 2565 จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากปี 2564 มีการระบาดค่อนข้างน้อยและลักษณะการระบาดของไข้เลือดออกจะเป็นการระบาดแบบปีเว้นปี หรือปีเว้น 2 ปี โดยกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิต คือ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และกลุ่มผู้ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์

 “จากการเฝ้าระวังของกลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สสจ.เชียงใหม่ สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2565 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 5 กรกฎาคม 2565 พบผู้ป่วย จำนวน 463 ราย ยังไม่มีเสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ วัยทำงานช่วง อายุ 25-34 ปี และ 35 – 44 ปี รองลงมา คือ​ กลุ่มนักเรียน นักศึกษา อายุ 15-24 ปี ตามลำดับ อำเภอที่มีอัตราป่วยต่อประชากรแสนคนสูง 5 จังหวัดแรก คือ เวียงแหง พร้าว เชียงดาว อมก๋อย และสะเมิง ตามลำดับ​ และเริ่มมีจำนวนผู้ป่วยมากขึ้นเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ และอำเภอเมือง” นพ.สสจ.เชียงใหม่​ กล่าว

“คาดว่าในช่วงต่อจากนี้ (กรกฎาคม – สิงหาคม 2565) จะมีแนวโน้มพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีฝนตกในหลายพื้นที่ ทำให้น้ำขังในภาชนะต่างๆ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย  และกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะกลุ่มเด็กวัยเรียน ที่อยู่บ้านช่วงวันหยุดยาว มีโอกาสถูกยุงลายกัดในช่วงกลางวันได้  จึงขอให้ชุมชน และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงผู้ปกครอง ช่วยกันกำจัดแหล่งพันธุ์ยุงลายบริเวณชุมชน และรอบบ้าน โดยเน้นมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ 1) เก็บบ้านให้ปลอดโปร่ง ไม่มีบริเวณอับทึบให้ยุงลายเกาะพัก 2) เก็บขยะที่อยู่บริเวณรอบบ้าน เก็บเศษภาชนะที่ต้องการทิ้งไว้ในถุงดำมัดปิดปากถุง และนำไปทิ้งลงถังขยะ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง  และ 3) เก็บน้ำ ภาชนะที่ใส่น้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ต้องปิดฝาให้มิดชิด ล้างคว่ำภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์ ใส่ทรายกำจัดลูกน้ำหรือปล่อยปลากินลูกน้ำในภาชนะที่ปิดฝาไม่ได้ ป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่ และเน้นการป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยทายากันยุง และนอนในมุ้ง” ซึ่งสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ 1. โรคไข้เลือดออก 2. โรคติดเชื้อไวรัสซิกา 3. โรคไข้ปวดข้อยุงลายหรือโรคชิคุนกุนยา

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ขอแนะนำว่า หากบุตรหลานหรือคนในครอบครัวมีอาการไข้สูง ให้หลีกเลี่ยงการซื้อยารับประทานเอง หากจำเป็นให้ใช้ยาพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาในกลุ่มเอ็นเสด เช่น ยาไอบรูโปรเฟน แอสไพริน หรือยาแก้ปวดไดโคลฟิแนก เพราะถ้าเป็นไข้จากโรคไข้เลือดออก ยากลุ่มนี้อาจมีผลทำให้เลือดออกมากขึ้น  ทั้งนี้ เมื่อรับประทานยาพาราเซตามอลแล้ว อาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วน 1422 หรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านทุกแห่ง” นพ.จตุชัย​ มณีรัตน์​ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่​ กล่าว