สังเวยโนอึล หนุ่มวัย 38 ปี ว่ายน้ำเพื่อไปเก็บเครื่องสูบน้ำ หมดแรง จมน้ำเสียชีวิต

เพชรบูรณ์ – หนุ่มวัย 38 ปี ว่ายน้ำเพื่อไปเก็บเครื่องสูบน้ำ หนีน้ำท่วม หมดแรงระหว่างทางจมน้ำเสียชีวิต

วันที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 13.05 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวิเชียรบุรี ได้รับแจ้ง มีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิต ที่บริเวณท้ายหมู่บ้านโคกสำราญ ทางเข้าวัดใหม่โคกเจริญ หมู่ที่ 4 ต.น้ำร้อน อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ จึงประสานอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ชุดวิเชียรบุรี และหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลวิเชียรบุรี ร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและให้การช่วยเหลือ

เมื่อเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุ พบศพชายไทยอายุประมาณ 30 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ริมน้ำ บริเวณดังกล่าวมีน้ำท่วมสูง เนื่องจากมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน ขณะเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุชายดังกล่าวได้เสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจสอบและบันทึกสถานที่เกิดเหตุ พร้อมชันสูตรพลิกศพ เพื่อเป็นหลักฐานต่อไป ภายหลังทราบชื่อผู้เสียชีวิต ได้แก่ นายสามารถ น้อมสันเทียะ อายุ 38 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 4 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

สอบถามจากผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้ลงไปเอาเครื่องสูบน้ำ ที่จมอยู่ในน้ำ และว่ายน้ำกลับเข้าฝั่ง เนื่องจาก ระยะทางอยู่ไกล จึงไม่สามารถ ว่ายกลับเข้าฝั่งได้ และหมดแรง จมอยู่กลางน้ำ ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ จึงช่วยกันนำขึ้นบนฝั่ง และช่วยกันปั๊มหัวใจยื้อชีวิต แต่ไม่เป็นผล

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้ อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู ชุดวิเชียรบุรี นำร่างผู้เสียชีวิต ส่งพิสูจน์ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

โนอึลถล่มทั้งคืน น้ำท่วม ถนน บ้านเรือนประชาชน และสถานที่ราชการ เสียหายหลายแห่ง

เพชรบูรณ์ – อิทธิพลพายุโนอึล ที่เคลื่อนปกคลุมบริเวณภาเหนือตอนล่าง ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา น้ำท่วมถนนหลายสาย รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้

วันที่ 19 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากอิทธิพลพายุโนอึล ที่เคลื่อนปกคลุมบริเวณภาเหนือตอนล่าง ทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดเพชรบูรณ์ เกิดฝนตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายหมู่บ้านของ อำเภอบึงสามพัน อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอศรีเทพ โดยที่หมู่ 12 บ้านซับไพรวัลย์ ต.ซับไม้แดง และหมู่ 13 บ้านใหม่สุขเจริญ ต.วังพิกุล อ.บึงสามพัน บ้านเรือนราษฎร จำนวนหลายสิบหลังคาเรือน กำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากถูกน้ำท่วมสูงประมาณเกือบ 1 เมตร เรือกสวนไร่นาและพืชผลทางการเกษตร จมอยู่ใต้น้ำหลายพันไร่ ถนนสายซับสมอทอด-วังพิกุล ซึ่งมีระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ถูกน้ำท่วมสูงเป็นช่วงๆ จำนวนหลายช่วง จนทำให้รถยนต์ที่สัญจรวิ่งผ่านไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก บางจุดรถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้ ขณะที่เส้นทางหลวงหมายเลข 21 ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก ซึ่งเป็นถนน 4 ช่องทางการจราจร บริเวณหน้าปั้มน้ำมัน ปตท. ฝั่งขาขึ้นเพชรบูรณ์ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 143-144 ถูกน้ำท่วมสูงประมาณ 30-40 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวประมาณ กว่า 300 เมตร ทำให้รถยนต์ที่สัญจรวิ่งผ่านไปมา สามารถวิ่งผ่านได้เพียงฝั่งเดียว จนทำให้รถติดยาวหลายกิโลเมตร

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอวิเชียรบุรี มีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม ถนนสายสระบุรี-หล่มสัก บริเวณสามแยกวิเชียรบุรี เป็นทางยาวตลอดแนวของร้านขายไก่ย่างวิเชียรบุรี หมู่ที่ 1 ต.สระประดู่ อ.วิเชียรบุรี ส่วนในเขตตัวอำเภอวิเชียรบุรี มีน้ำท่วมถนนสายโคกปรง-วิเชียรบุรี สายน้ำร้อน-วิเชียรบุรี และสายบ่อรัง-วิเชียรบุรี โดยระดับน้ำท่วมสูง ประมาณ 20-30 เซนติเมตร ทำให้รถยนต์ที่สัญจรวิ่งผ่านไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถยนต์ขนาดเล็กยังสามารถผ่านไปมาได้ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง หากฝนยังตกต่อเนื่องคาดว่า น้ำจะท่วมสูงเพิ่มมากขึ้น ทาง อ.วิเชียรบุรีจึงขอฝากเตือนให้ประชาชนระมัดระวังเก็บของที่มีค่าขึ้นบนที่สูง และเก็บตุ่นอาหารให้เพียงพอหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลาย

ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในเขตอำเภอศรีเทพ ได้เกิดน้ำท่วมในหลายหมู่บ้านของ ต.นาสนุ่น และ ต.ศรีเทพ โดยเฉพาะหมู่ที่ 16 บ้านบึงนาจาน และหมู่ 15 บ้านนาตะกรุด ต.ศรีเทพ ที่ชาวบ้านร่วมตัวกันนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป มาประกอบพิธีสวดคาถาปลาช่อน แห่นางแมว และปั้นหุ่นชายหญิงร่วมเพศกัน หรือไอ้เมฆ ไอ้หมอก และอีฝน เพื่อขอฝน ที่บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านนาตะกรุด ปรากฏว่าได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดคืนที่ผ่านมา จนนาข้าวก็ได้รับน้ำฝนที่ตกลงมา และมีทีท่าว่าต้นข้าวที่อยู่ในนาน่าจะฟื้นตัว รอดพ้นจากการแห้งเหี่ยวเฉาตาย ขณะที่ถนนสายวิเชียรบุรี-นาสนุ่น-ศรีเทพ ถูกน้ำท่วมสูงเป็นช่วงๆ จำนวนหลายช่วง จนทำให้รถยนต์ที่สัญจรวิ่งผ่านไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านได้

แล้งจัดงัดทุกวิธีเพื่อขอฝน สวดคาถาปลาช่อน แห่นางแมว ปั้นหุ่นชายหญิงร่วมเพศกัน

เพชรบูรณ์ – ชาวบ้านที่อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ปั้นหุ่นชายหญิงร่วมเพศกันไว้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน เพื่อให้เป็นภาพอุจาดประจานต่อสายตาผู้คนที่ผ่านไปมา จนทำให้เกิดอาเพศ เทวดาจะได้ดลบันดาลให้ฝนตกลงมาชะล้างหุ่นดินเหนี่ยวให้ละลายหายไป ซึ่งเป็นกุศโลบายพิธีขอฝนที่บรรพบุรุษทำสืบทอดกันมากว่า 100 ปี หลังทำพิธีสวดคาถาปลาช่อนและแห่นางแมวมาแล้ว 3 วัน ฝนยังไม่ตก ทำให้หลายหมู่บ้านเดือดร้อนหนักเนื่องจากประสบภัยแล้ง

วันที่ 17 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านบ้านนาตะกรุด ตำบลศรีเทพ อำเภอศรีเทพ จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้นำดินเหนี่ยวจากท้ายนา มาปั้นเป็นรูปผู้ชาย 2 คน และผู้หญิง 1 คน กำลังร่วมเพศกัน ที่บริเวณลานตรงข้าม ปากทางเข้าหมู่บ้านหมู่ที่ 15 บ้านนาตะกรุด ซึ่งเป็นพิธีขอฝนที่บรรพบุรุษของชาวบ้านบ้านนาตะกรุด ทำสืบทอดกันมากว่า 100 ปี หลังหมู่บ้านดังกล่าว รวมทั้งอีก 15 หมู่บ้านในตำบลศรีเทพ กำลังประสบภัยแล้งอย่างหนัก หนักสุดในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากได้เกิดฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน จนทำให้พืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะนาข้าวกว่า 2 หมื่นไร่ กำลังเริ่มจะแห้งเหี่ยวเฉาตายเกือบทั้งหมด โดยก่อนที่ชาวบ้านจะทำการปั้นหุ่นชายหญิงร่วมเพศกัน 3 วัน ชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาประกอบพิธีสวดคาถาปลาช่อน และถ้ายังไม่มีฝนตกลงมา ชาวบ้านจึงจะร่วมกันทำพิธีปั้นหุ่นชายหญิง 3 คน ร่วมเพศกัน โดยหุ่นผู้ชายชื่อนายเมฆ หุ่นผู้หญิงชื่อนางฝน และหุ่นผู้ชายที่นั่งดู หรือนั่งรอต่อคิว ชื่อนายหมอก และหลังจากชาวบ้านปั้นหุ่นเสร็จ ก็จะทำพิธีแห่นางแมวขอฝน ไปตามถนนสายต่างๆ ภายในหมู่บ้าน เป็นระยะเวลา 3 วัน หรือจนกว่าฝนจะตก

สำหรับการปั้นหุ่นชายหญิงร่วมเพศกัน ไว้ที่ปากทางเข้าหมู่บ้านดังกล่าว ก็เพื่อเป็นการทำภาพให้อุจาดประจานต่อสายตาผู้คนที่ผ่านไปมา จนทำให้เกิดอาเพศ และเทวดาทนดูไม่ได้ จึงดลบันดาลให้ฝนตกลงมาชะล้างหุ่นดินเหนี่ยวดังกล่าวให้ละลายหายไป ซึ่งเป็นความเชื่อ หรือ กุศโลบาย ที่บรรพบุรุษชาวบ้านนาตะกรุดทำสืบทอดกันมากว่า 100 ปี

นายเสมอ โตมะนิตย์ อายุ 80 ปี ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็นผู้นำชาวบ้านทำพิธีดังกล่าว เล่าว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 3 วัน ชาวบ้านได้ร่วมกันนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีสวดคาถาปลาช่อนเพื่อขอฝนแต่ปรากฏว่า ฝนไม่ตก จึงได้ทำการปั้นหุ่นชายหญิงร่วมเพศกัน หรือไอ้เมฆ ไอ้หมอก อีฝน ซึ่งเป็นความเชื่อตามประเพณีว่า ทำแล้วจะดลบันดาลให้ฝนตก หลังจากปั้นหุ่นแล้วก็จะทำพิธีแห่นางแมวเป็นเวลา 3 วัน โดยเริ่มต้นจากบริเวณที่ตั้งของรูปปั้น และแห่เข้าไปในหมู่บ้านตามความเชื่อโบราณ วันนี้เป็นวันครบกำหนดวันที่สาม ตนเองก็หวังว่าจะมีฝนตกลงมา ชาวบ้านจะได้รอดพ้นจากความเดือดร้อนจากภัยแล้ง ในส่วนหนึ่งก็เป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมความเชื่อที่มีต่อกันมาหลาย100 ปีไม่ให้สูญหายไป

รวบทันควัน นักโทษแหกคุก ปลอมเป็นผู้คุม-ซุกบ้านร้าง สงสัยหนีได้ไง

เพชรบูรณ์ – รวบทันควัน นักโทษแหกคุก ปลอมตัวเป็นผู้คุม ขี่จยย.หนีซุกบ้านร้างกลางเมืองเพชรบูรณ์ จนท.ตามล็อกตัว เค้นสอบเครียดวิธีหลบหนี

วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 จากกรณีนายวุฒิชัย เตชสิทธิ์ธนวัฒน์ อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 8 หมู่ 2 ต.สะเดียง อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ ได้ขโมยชุดผู้คุมเรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์จากนั้นได้ใส่ปลอมเป็นผู้คุมใช้หมวก หน้ากากอนามัยและแว่นดำปิดพรางใบหน้า เดินออกจากประตูเรือนจำ ขี่รถจักรยานยนต์หนีไปตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมา พล.ต.ต.อรรถสิทธ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ได้สั่งระดมเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เรือนจำกระจายกำลังกดดันทุก ๆ เส้นทางที่หลบหนี รวมทั้งบ้านของญาติ ๆ บ้านเพื่อน รวมทั้งจับสัญญาณโทรศัพท์ที่ผู้ต้องขังรายดังกล่าวใช้ กระทั่งทราบว่าผู้ต้องขังยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่รอบ ๆ ตัวเมืองเพชรบูรณ์ จึงได้บีบกระชับพื้นที่ กระทั่งไปพบว่ารถต้องสงสัยจอดอยู่ในป่าข้าวโพดข้างถนนในหมู่บ้านหมู่ที่ 10 ต.ชอนไพร อ.เมืองเพชรบูรณ์ จึงเข้าไปตรวจสอบก็พบว่าเป็นรถคันที่ผู้ต้องขังใช้หลบหนีจึงเข้าไปตรวจสอบภายในบ้านซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวและเป็นบ้านญาติของนายวุฒิชัย และพบว่านายวุฒิชัยนอนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว จึงได้ควบคุมตัวไว้

จากการสอบสวนนายวุฒิชัย ให้การรับสารภาพว่าสาเหตุที่ต้องหลบหนีจากเรือนจำเพราะว่ากลัวว่าจะถูกขังเป็นเวลานาน จึงได้คิดแผนโดยรอจังหวะที่ผู้คุมเผลอได้แอบเข้าไปในห้องพักผ่อนของผู้คุมและขโมยเสื้อผ้าสวมใส่ ใส่หมวก หน้ากากอนามัย และใส่แว่นตาที่ใช้ในโรงงานในเรือนจำใส่ปิดบังใบหน้า และทำทีถือแฟ้มเอกสารเดินออกมาทางประตูซึ่งเจ้าหน้าที่ที่เฝ้าประตูเห็นว่าเป็นผู้คุมจึงได้เปิดให้ หลังจากนั้นก็เดินออกมาทำตัวให้ปกติที่สุด จากนั้นเดินออกมาว่าจ้างรถสามล้อเครื่องหน้าเรือนจำให้ไปส่งที่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 5 กิโลเมตร จากนั้นได้นำขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีวนเวียนอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองเพชรบูรณ์และมากบดานอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว เพื่อให้รอมืดเสียก่อนจึงจะหลบหนีโดยตั้งใจไว้ว่าจะหลบหนีข้ามไปประเทศลาวเพราะมีเพื่อนที่รู้จักอยู่ที่นั่น แต่ก็มาถูกจับได้เสียก่อน

นายสมพงษ์ (นามสมมุติ) สามล้อเครื่องรับจ้างหน้าเรือนจำบอกว่าขณะที่ตนจอดรอลูกค้าอยู่นั้นได้มีผู้คุมเดินออกมาแล้วว่าจ้างให้ไปส่งที่บ้านที่อยู่หลังห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แต่เป็นคิวของเพื่อน เพื่อนจึงไปส่ง หลังจากส่งแล้วก็กลับมารอลูกค้าเช่นเดิม กระทั่งมีเสียงเอะอะโวยวายว่าผู้ต้องขังสวมชุดผู้คุมหลบหนี  และได้มาสอบถามพวกตนกระทั่งทราบว่าผู้คุมที่เพื่อนไปส่งเป็นผู้ต้องขังที่หลบหนี แต่เพื่อนไม่ยอมพูดเพราะถูกข่มขู่ไว้ว่าหากบอกเรื่องนี้กับใครจะกลับมาทำร้ายและห้ามไม่ให้รับโทรศัพท์ใครทั้งสิ้น กระทั่งตอนนี้ก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากใครเลยและไม่สามารถติดต่อได้เลย

พล.ต.ต.อรรถสิทธ์ สุดสงวน ผบก.ภ.จว.เพชรบูรณ์ กล่าวว่าหลังจากทราบเรื่องตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุก สภ.สกัดเส้นทางต่าง ๆ ที่จะหลบหนี แต่ก็ไม่พบ รวมทั้งได้เช็คสัญญาณโทรศัพท์ทำให้ทราบว่าผู้ต้องขังรายนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในพื้นที่ตัวเมืองเพชรบูรณ์ จึงได้ปูพรมค้นหา กระทั่งสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สำหรับนายวุฒิชัย เตชสิทธิ์ธนวัฒน์ เป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ถึง 7 คดี ถูกจับได้เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2563 และทำการฝากขังไว้ที่เรือนจำจังหวัดเพชรบูรณ์เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2563 เพื่อรอขึ้นศาล แต่ก็มาก่อเหตุหลบหนีและถูกจับกุมดังกล่าว

ลีลาโยกย้ายส่ายสะโพกแข่งขันทำอาหารพื้นบ้าน

เพชรบูรณ์ – ปีนี้จัดเต็ม บรรดาแม่ๆ และเหล่าบรรดาคุณยาย พากันลุกเต้นโยกย้ายส่ายสะโพก โชว์ฝีมือปลายจวักในการแข่งขันประกวดตำน้ำพริกกะปิ รสเด็ด ในงานมหกรรมของดีตำบลหนองแจง

วันที่ 13 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานด้านหน้า อบต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ น.ส.ภัสดา คำสุนทร ปลัด อบต.หนองแจง และผู้นำชุมชน ตำบลหนองแจง จัดงานมหกรรมของดีตำบลหนองแจง ครั้งที่ 5 โดยมี นายพงษ์พิทยา ธนไกรศรีทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางมาเปิดประธานเปิดงาน ซึ่งการจัดงานครั้งนี้แต่ละหมู่บ้าน ก็จะนำสินค้าผลิตภัณฑ์ ของตนเองออกมาแสดง ทั้ง 18 หมู่บ้าน โดยมีการออกบูธ จำหน่ายสินค้าของดีของประชาชนในตำบลมีการประกวดค้นหาอาหารพื้นบ้านที่โดดเด่น การประกวดแอโรบิคเพื่อส่งเสริมสุขภาพ และการจัดนิทรรศการจากหน่วยงานต่างๆ ที่มาให้บริการประชาชน

และเนื่องจาก ต.หนองแจง ได้มีการสืบค้นภูมิปัญญาท้องถิ่น สินค้าชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ตลอดการพัฒนาและส่งเสริมอาชีพ หลากหลายในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านทำให้มีสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน ผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลหนองแจง จึงได้มีแนวทางการจัดมหกรรมของดีตำบลหนองแจง ครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีความพอมีพอกิน อยู่ดีกินดีจนถึงระดับมั่งมีศรีสุข สังคมเกิดความสงบสุข มีความสมานฉันท์ เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนสามารถพึ่งพาตนเองในช่วงภาวะวิกฤตโควิด-19 ได้

แม้บรรยากาศจะมีแสงแดดอย่างแรงตลอดทั้งวัน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการแสดงของเด็กๆ และบรรดาเหล่าชมรมโรงเรียนผู้สูงอายุแต่อย่างใด สำหรับสีสันงานวันนี้ ที่สร้างสีสัน สร้างรอยยิ้มให้กับผู้ชม เป็นลีลา การเต้นโยกย้าย ส่ายสะโพก ของบรรดาคุณแม่ๆ และคุณยาย ที่ไม่มีใครยอมใคร ในการแข่งขันการประกอบอาหารพื้นบ้านของดีตำบลหนองแจง ซึ่งปีนี้จัดให้มีการแข่งขันตำน้ำพริกกะปิ โดยรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 หมู่ที่ 5 บ้านหนองแจงฝั่งตะวันตก, รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 2 หมู่ที่16 บ้านหนองแจงเหนือ, รางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 หมู่ที่ 8 บ้านวังหูดิน, และรางวัลชมเชย หมู่ที่ 2 บ้านหนองแจง ตามลำดับ

ดาบตำรวจคลั่ง หึงโหด ยิงลุงวัย 56 ปีเสียชีวิต เหตุระแวงเป็นชู้กับเมีย

เพชรบูรณ์ – ดาบตำรวจคลั่ง หึงโหด ยิงลุงวัย 56 ปี ในแปลงผัก กลางทุ่ง 5 นัดซ้อน จนเสียชีวิต สาเหตุระแวงว่าจะเป็นชู้กับเมีย

วันที่ 13 กันยายน 2563 ขณะที่ ร.ต.อ.แสวง สังข์ทอง พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.บ้านกลาง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่บริเวณทุ่งนาท้ายหมู่บ้านหมู่ที่ 1 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบจากนั้นรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยอาสามูลนิธิสว่างมงคลศรัทธาธรรมหล่มสักและหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลหล่มสัก

ที่เกิดเหตุเป็นแปลงผักพบร่างนายร้อย คำแสด อายุ 56 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 1 ปากช่อง อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์สภาพสวมเสื้อสีฟ้าแขนยาว กางเกงขาสั้นสีดำ นอนหงายอยู่ในท้องร่อง จากการตรวจสอบพบว่าถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่บริเวณหลังด้านซ้าย 4 รู บริเวณท้ายทอย 1 รู ยังมีชีพจรอยู่ จึงได้ช่วยทำการปั๊มหัวใจและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหล่มสัก แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือดาบตำรวจมนูญ จันทาแก่น อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 189 หมู่ 1 ต.ปากช่อง อ.หล่มสัก ซึ่งบ้านอยู่ติดกับแปลงผักที่เกิดเหตุ หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีเข้าไปในหมู่บ้าน พ.ต.อ.สายันห์ จันทร์แจ่มกระจ่าง ผกก.สภ.บ้านกลางได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระดมกำลังออกสกัดจับ ผู้ต้องหาอาศัยความชำนาญเส้นทางขับหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้วกกลับมาที่จุดเกิดพร้อมทั้งตะโกนไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจยุ่งกับครอบครัว จากนั้นได้ขับรถหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถไล่เบียดจนรถจักรยานยนต์ตกข้างทางและสามารถจับกุมตัวได้ในที่สุด และนำตัวมายังจุดเกิดเหตุแต่ผู้ต้องหายังอยู่ในอาการคุ้มคลั่งเอะอะโวยวายพร้อมทั้งปฏิบัติว่าไม่ได้ทำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.บ้านกลางพร้อมให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บลายนิ้วมือและตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด

จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบกระดาษรองหมอนกระสุนปืนตกอยู่ใกล้กับบ้านของผู้ต้องหา 3 แผ่น และจากการตรวจค้นภายในบ้านพบปืนลูกซองยาวไม่มีทะเบียนพร้อมปลอกกระสุนปืนที่ยิงแล้ว 1 นัด และที่ยังไม่ได้ยิงอีก 3 นัด จึงเก็บไปตรวจพิสูจน์ต่อไป

นายบุญสี ดาวเรือง อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 186 หมู่ 1 ต.ปากช่อง ผู้ที่พบร่างผู้เสียชีวิตคนแรกเปิดเผยว่าขณะที่ตนและภรรยาไปทำงานที่ทุ่งนาและกำลังจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้เห็นนายร้อยนอนหงายอยู่ในท้องร่อง จึงคิดว่าโดนไฟช๊อตเพราะนายร้อยกำลังใช้ไดร์ไฟฟ้าปั่นน้ำรดน้ำผักอยู่ จึงรีบไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ แต่ตนไม่ได้ยินเสียงปืนเพราะทุ่งนาอยู่ไกลกันมาก

จากการสอบสวนนางสุนัน จันทาแก่น อายุ 41 ปี ภรรยาของดาบตำรวจมนูญ จันทาแก่น ผู้ต้องหา ให้การว่าสามีของตนเองมีอาการหลอนและคิดไปว่าผู้ตายมาเป็นชู้กับตนเอง และมักจะคิดไปเองว่าตนเองเป็นชู้กับคนอื่นทั่ว ๆ ไป ทำให้เกิดการทะเลาะกันเป็นประจำ และในวันไหนที่ผู้ตายมาที่แปลงผักก็จะตะโกนด่ากันเป็นประจำ กระทั่งวันเกิดเหตุขณะที่ตนและลูกชายกำลังนอนดูทีวีอยู่ในบ้านและสังเกตเห็นว่าสามีได้เดินไปเดินมาอยู่ในบ้านและหน้าบ้านหลายรอบ ส่วนตัวผู้ตายได้รดน้ำผักอยู่ใกล้ ๆ กับบ้าน หลังจากนั้นตนได้ยินเสียงปืนขึ้น 1 นัด สักครู่สามีได้เดินเข้ามาในบ้านหยิบกุญแจรถจักรยานยนต์และขับออกไปจากบ้านด้วยความรวดเร็ว ตอนแรกตนก็คิดว่าสามียิงปืนเล่นจึงไม่ได้ออกไปดู กระทั่งมีชาวบ้านมาที่บ้านจำนวนมาก จึงทราบว่าสามีได้ใช้ปืนยิงนายร้อยจนถึงแก่ความตาย ในเบื้องต้นก็คาดว่าสามีของตนเองคงจะเกิดอาการหลอนประกอบกับมีความหึงหวงระแวงว่านายร้อยจะแอบมาเป็นชู้กับตนเองจึงก่อเหตุดังกล่าว

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าดาบตำรวจมนูญ จันทาแก่น เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษปราบปรามยาเสพติดสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ มักจะมีอาการหลอนเป็นประจำคาดว่าอาจจะเครียดจากการทำงาน ส่วนที่จะเกิดจากสารเสพติดหรือไม่นั้นก็คงต้องรอผลตรวจพิสูจน์อีกครั้ง สำหรับผู้ตายนั้นได้เคยไปลงบันทึกประจำวันที่ที่ สภ.บ้านกลาง เนื่องจากว่าถูกดาบตำรวจมนูญข่มขู่ โดยกล่าวหาว่าผู้ตายเป็นชู้กับเมียของตนเอง และได้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวหลายครั้ง จนครั้งนี้ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายร้อยจนเสียชีวิตดังกล่าว ในเบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งส่งศพไปผ่าพิสูจน์หาชนิดและวิถีกระสุนปืนเพื่อนำมาประกอบในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาต่อไป