กรมทรัพยากรธรณีแจง หินโปร่งแสงที่ชาวบ้านพบเป็นแร่ควอตซ์ชนิดหนึ่ง

เพชรบูรณ์ – กรมทรัพยากรธรณีออกหนังสือชี้แจง ก้อนหินประหลาดโปร่งแสง ที่ชาวบ้านที่ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ขุดพบเป็นแร่ควอตซ์ที่ใช้ทำแก้ว กระจก และขวดน้ำ แต่ถ้าควอตซ์ที่บริสุทธิ์ สามารถนำมาใช้ทำเส้นใยไฟเบอร์ออพติด และไมโครชิพสำหรับอุปกรณ์อิล็กทรอนิกส์ หรือนำมาถลุงเป็นธาตุซิลิคอนผลิตเป็นเซลล์แสงอาทิตย์ หรือแผงโซลาร์เซลล์

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นางจิระประไพ กองสงคราม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 9 บ้านโคกสะอาด ต.กันจุ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้จ้างรถแบ็คโฮมาขุดสระน้ำที่บริเวณหลังบ้าน และได้พบก้อนหินประหลาด มีลักษณะโปร่งแสง มีทั้งสีขาวเหมือนสารส้ม และสีแดง เป็นจำนวนมาก โดยก้อนหินดังกล่าว มีรูปร่างหลากหลายรูปแบบ บางก้อนมีลักษณะคล้ายผลึกโปร่งแสง มีพื้นผิวที่มีความมันวาว สะท้อนแสง ระยิบระยับ สวยงามมาก

นางจิระประไพ ยังบอกอีกว่า สระน้ำที่จ้างรถแบ็คโฮมาขุดดังกล่าว มีเนื้อที่ประมาณ 2 งาน ความลึกประมาณ 8 เมตร เพื่อเตรียมสร้างบ้าน พอขุดลงไปได้ประมาณ 2-3 เมตร ก็พบหินอยู่บริเวณก้นสระน้ำเต็มไปหมด มีทั้งหินก่อนเล็ก ก้อนใหญ่ เรียงรายอยู่เต็มไปหมด โดยหินก้อนที่มีขนาดใหญ่ๆ มีขนาดความกว้างประมาณ 5-6 นิ้ว ยาวประมาณ 7-8 นิ้ว

และในขณะที่รถแบ็คโฮขุด ได้มีเหตุการณ์ประหลาดมหัศจรรย์เกิดขึ้น เนื่องจากมีแสงไฟประหลาดพุ่งสะท้อนขึ้นมา จนคนขับรถแบ็คโฮ ต้องมาถามเจ้าของที่ดินว่า แถวนี้เจ้าที่แรงหรือไม่ เพราะมีแสงไฟปริศนาประหลาดพุ่งขึ้นมา และมีบางช่วงรถแบ็คโฮไม่สามารถขยับเขยื้อนที่ได้เลย คนขับรถแบ็คโฮ ก็เอาก้อนหินมาให้เจ้าของที่ดู เจ้าของที่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คือ หินอะไร ส่วนตัวไม่เคยพบเห็นหรือเจอมาก่อน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจสอบ ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุด กรมทรัพยากรธรณี ได้มีหนังสือชี้แจงว่า หินประหลาดโปร่งแสง ที่ชาวบ้านขุดพบ คือ แร่ควอตซ์ชนิดหนึ่ง ที่มีชิสิก้าเป็นองค์ประกอบ ตามธรรมชาติจะมีสีขาวโปร่งแสง และใสเหมือนกระจก หากเป็นผลึกจะเรียกว่า หินเขี้ยวหนุมาน โดยธรรมชาติแร่ควอตซ์จะมีหลายสี หากสีม่วง เรียก Amethyst สีเหลืองเรียก Citrine เป็นต้น คุณสมบัติของแร่ควอตซ์ มีความคงทนต่อการถูกทำลายสูง มีความแข็งเท่ากับ 7 (เพชรความแข็งเท่ากับ 10) ในธรรมชาติเมื่อแร่คอวตซ์ผุพัง ถูกกัดเซาะทำลาย จะแตกสลายเป็นเม็ดกรวด ทราย ปะปนอยู่ในดินทั่วไป รวมทั้งสันทรายหรือชายหาด

ส่วนประโยชน์ของแร่ควอตซ์ นำมาหลอมในอุตสาหกรรม แก้ว กระจก ขวดน้ำ แต่ส่วนใหญ่จะใช้ทรายแก้วที่ได้จากการผุพังและสะสมตัวของแควอตซ์ สำหรับควอตซ์ที่บริสุทธิ์ นำมาใช้ทำเส้นใยไฟเบอร์ออพติด และไมโครชิพสำหรับอุปกรณ์อิล็กทรอนิกส์ หรือนำมาถลุงได้ธาตุซิลิคอน (Si) ซึ่งนำธาตุโลหะชิลิคอนมาผลิตเซลล์แสงอาทิตย์

สำหรับประเด็นที่ว่า มีแสงพุ่งขึ้นมาตอนที่รถแบ็คโฮกำลังขุดดินนั้น น่าจะเกิดจากตัวตักของรถแบ็คโฮที่เป็นเหล็ก กระทบกับหินที่เป็นควอตซ์ที่แข็งกว่าจนทำให้เกิดประกายไฟแล็บ ลักษณะเช่นเดียวกับเวลาที่มีโลหะขูดกับถนน นั่นเอง

ด้าน ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของกรมทรัพยากรธรณี พบว่า บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ตะกอนน้ำไหล จึงทำให้มีโอกาสพบหินแปลกๆตามที่ชาวบ้านเห็น หรือที่เรียกว่าแร่ควอตซ์ ซึ่งน่าจะเป็นชนิดคาลซิโดนี ถ้าแร่ควอตซ์ตกผลึกเป็นเหลี่ยมๆ เขาเรียกหินเขี้ยวหนุมาน แต่ถ้ามีสีก็จะเรียกชื่อต่างๆ เช่น สีม่วงก็จะเรียกอนีทีซ แต่ตรงนี้มันเป็นสีใส เพราะฉะนั้นก็เป็นแร่ควอตซ์ธรรมดาเท่านั้น ถามว่ามีประโยชน์อะไรไหม ถ้ามันมีความแข็งมีสีสันก็สามารถนำไปเจียระไนเป็นหัวแหวนได้ แบบแถวลพบุรีที่เรียกว่าโมกุล แต่ต้องมีมากพอสมควรและต้องมีสีมีลวดลาย ชาวบ้านถ้าจะใช้ประโยชน์กันจริงๆ ก็จะต้องไปเรียนการเจียระไน ซึ่งความแข็งอยู่ในระดับ 7 รองจากเพชรที่อยู่ในระดับ 10 การเจียระไนก็จะยาก สรุปว่าก็เป็นแร่ควอตซ์ชนิดหนึ่ง ก็ไม่น่าตื่นเต้นอะไร แถบนี้ถ้าขุดไปก็น่าจะเจออีก ถ้าเอาไปขายทั่วไปก็ไม่น่าจะมีราคา นอกจากว่าชาวบ้านจะเอามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน มาเจียระไนเป็นหัวแหวน ก็ต้องมีเครื่องมือมีการลงทุน และต้องมีลวดลายมีสีสัน รวมทั้งไม่ใช่ อัญมณี ที่คนนิยมใช้ทั่วไป

แม่เลี้ยงเดี่ยวเครียดปีนเสาส่งสัญญาณ ลูก ๆ ต้องเกลี้ยกล่อมนานกว่า 3 ชั่วโมงจึงยอมลง

เพชรบูรณ์ – แม่เลี้ยงเดี่ยวลูกสอง ปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณริม ถนนสระบุรี – หล่มสัก (ทางหลวงหมายเลข 21 ) ฝั่งขาล่อง เกลี้ยกล่อม ลูกๆ และเจ้าหน้าที่ เกลี้ยกล่อมนานกว่า 3 ชั่วโมง

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2563 เวลา 08.00 น. ขณะที่ ร.ต.อ.ชวลิต บุรกิจภาชัย  พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.ศรีเทพ อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งเหตุมีหญิงสาวปีนขึ้นไปบนเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ บริเวณริม ถนนสระบุรี – หล่มสัก (ทางหลวงหมายเลข 21 ) ฝั่งขาล่อง หมู่ที่ 8 ต.โคกสะอาด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ จึงประสานไปยังมูลนิธิพ้งไล้ 16 ศรีเทพ และเทศบาลตำบลโคกสะอาด เทศบาลตำบลสว่างวัฒนา ให้นำรถกระเช้าและอุปกรณ์การช่วยเหลือจากนั้นจึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นเสาสัญญาณโทรศัพท์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พบหญิงสาวปีนขึ้นไปอยู่ช่วงกลางเสาร้องไห้สะอึกสะอื้น ทราบชื่อต่อมาคือนางเอ(นามสมมุติ) อายุ 49 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 5 ต.โคกสะอาด อ.ศรีเทพ ซึ่งบ้านอยู่ตรงข้ามกับเสาดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเตรียมอุปกรณ์สำหรับการช่วยเหลือ จากนั้นได้ตามลูกสาวและลูกชายรวมทั้งญาติ ๆ มาเกลี้ยกล่อมไม่ให้โดดลงมา โดยลูกสาวได้ใช้โทรโข่งพูดและร้องไห้ขอร้องไม่ให้แม่คิดสั้น ขณะเดียวกันทีมกู้ภัยก็ได้ปีนขึ้นไปบนเสาเพื่อพูดคุยและนำน้ำดื่มไปให้ พร้อมทั้งพูดจาเกลี้ยกล่อม เป็นระยะเวลากว่า 3 ชั่วโมง นางเอจึงมีอาการผ่อนคลายและยินยอมที่จะลงจากเสา ทีมกู้ภัยจึงได้ใช้รถกระเช้าและให้ลูกชายขึ้นกระเช้าไปรับแม่ลงมาอย่างปลอดภัยท่ามกลางเสียงปรบมือและความโล่งใจของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เมื่อลงมาลูกสาวและญาติ ๆ ได้โอเข้ากอด โดยนางเอได้แต่ร้องไห้และบอกว่าคิดถึงแม่ อยากจะไปอยู่กับแม่ที่เสียชีวิตไปนานแล้ว จากนั้นจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลศรีเทพเพื่อตรวจร่างกายต่อไป

ด้าน นายสากล ม่วงเพชร กำนันตำบลโคกสะอาด อ.ศรีเทพ กล่าวว่า สำหรับนางเอเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวมานานแล้วมีลูกชาย 1 คนลูกสาว 1 คน และจากการพูดคุยทราบว่าได้ปีนเสาไฟตั้งแต่เวลาประมาณ 06.30 น. กระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. มีชาวบ้านไปพบจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ส่วนสาเหตุคาดว่าน่าจะมีความน้อยใจกับญาติพี่น้องและอาจจะมีความเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจึงก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน นายณัฐชกิจนันท์ ยอดไสว อาสามูลนิธิ พังไล้16 ศรีเทพ ที่ปืนเสาขึ้นไปรับนางเอ (นามสมมุติ) กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งก็ได้เตรียมอุปกรณ์ในการช่วยชีวิตในที่สูงพร้อมทั้งเตรียมการรองรับหากมีการกระโดดจริง จากนั้นได้ปีนขึ้นไปเพื่อเกลี้ยกล่อมและเตรียมตัวที่จะเข้าชาร์ตหากการเกลี้ยกล่อมไม่เป็นผล แต่ปรากฏว่า หลังจากได้พูดคุยรวมทั้งมีลูกสาว ลูกชาย ญาติ ๆ ช่วยกันเกลี้ยกล่อมแล้วก็ทำให้อาการผู้ก่อเหตุสงบลงและในที่สุดก็ยินยอมที่จะลงมาด้านล่าง ทีมงานจึงได้ใช้กระเช้าขึ้นไปรับและลงมาอย่างปลอดภัย

พบกลุ่มคนแต่งกายคล้ายพระพระสงฆ์เดินธุดงค์ โบกรถขอเงินนักท่องเที่ยวเรี่ยไร

เพชรบูรณ์ – หนุ่มใหญ่เผยกลุ่มแต่งกายคล้ายพระสงฆ์เดินธุดงค์แต่โบกรถขอเงินนักท่องเที่ยว แถมยังเจอยืนซื้อขนมกินอยู่ข้างทาง วอนหน่วยงานตรวจสอบ

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีผู้ใช้เฟสบุครายหนึ่งโพสต์ภาพผู้แต่งกายคล้ายพระสงฆ์กำลังยืนคุยอยู่กับนักท่องเที่ยวหลังรถยนต์เก๋งคันสีดำ พร้อมเขียนข้อความว่า “..มันมาอีกแล้ว มันมากับความ(มัว)เมา…แสร้งขอน้ำ/แต่กูจะเอาเงิน…รบกวนหน่วยงานที่อาจจะเกี่ยวข้องด้วยครับ…พิกัดล่าสุดที่เจอ ถนน 234 กม.ที่ 16-18 ตอนนี้ขึ้นรถหายไปละ…คาดว่าคงวนอยู่แถวๆนี้ถึงบ่าย…ผมวนไปจอดเป็นเพื่อน และคุยกับคนบนรถเก๋งดำแล้ว พฤติกรรมใช้ขวดน้ำโบก แล้วขอเงินค่านู่นค่านี่ จริง แบ็งค์ 20 บาทหลายๆใบเห็นกับตาตัวเอง ฮ่าๆ จากนั้นได้ติดแฮชแท็ก สำนักพุทธศาสนา สภ.เมืองเพชรบูรณ์ กรมการปกครอง 

หลังจากนั้นได้มีการแชร์โพสต์ไปเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างมากมาย บางรายบอกว่าเคยเจอกับตัวเองโดยขอติดรถไปด้วย จากนั้นก็พูดจาขอปัจจัย และนอกจากนั้นพระกลุ่มดังกล่าวยังได้ใช้เส้นทางสายเลี่ยงเมืองเพชรบูรณ์ รวมทั้งเส้นสาย 12 เส้นทางเขาค้อและภูทับเบิก ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการกับกลุ่มนี้ จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบนายเอก(นามสมมุติ) ผู้ที่โพสต์ภาพและข้อความดังกล่าว เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนมีอาชีพขับรถรับจ้าง และชอบปั่นจักรยานออกกำลังกายในตอนเช้า และเมื่อเช้าวันที่ 17 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังปั่นจักรยานออกกำลังกายอยู่บนถนนเลี่ยงสาย 234 บ้านป่าแดง ต.ป่าเลา ได้พบกลุ่มคนแต่งกายคล้ายพระสงฆ์จำนวน 5 รูป ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเป็นพระจริงหรือพระปลอม  ยืนพูดคุยอยู่กับหญิงสาวซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นนักท่องเที่ยว ตนจึงปั่นจักรยานไปอยู่ใกล้ ๆ พร้อมกับบันทึกภาพไว้ เนื่องจากผู้ที่แต่งกายคล้ายพระกลุ่มนี้ตนเจอบ่อย และมักจะโบกรถนักท่องเที่ยวทำทีจะขอน้ำดื่ม แต่เมื่อนักท่องเที่ยวหรือใครที่จอดคุยก็จะพูดจาหว่านล้อมเพื่อขอเงินเป็นค่าเดินทางบ้าง ค่าทำบุญต่าง ๆ บ้าง ซื้อกลดบ้าง หลังจากกลุ่มชายที่แต่งกายคล้ายพระเดินจากไปแล้วตนจึงเข้าไปสอบถามกับหญิงคนดังกล่าวทราบว่าเป็นนักท่องเที่ยวมาจากต่างจังหวัด โดยมีเด็กนั่งมาด้วย 1 คน เมื่อขับรถมาถึงได้มีพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวใช้ขวดเปล่าโบกรถ จึงได้จอดรถเพื่อที่จะถวายน้ำ แต่ปรากฏว่า หลังจากถวายน้ำแล้ว พระกลุ่มดังกล่าวก็พูดจาขอปัจจัยซื้อกลดใช้ในการเดินธุดงค์ ซึ่งนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวบอกว่าตอนแรกจะไม่ให้เงิน แต่ก็ถูกเซ้าซี้ จึงได้ให้ไปจำนวนหนึ่งเพื่อตัดความรำคาญและเกรงว่าจะเกิดอันตรายเนื่องจากในรถมีเพียงเด็กและผู้สูงอายุ

 นายเอก(นามสมมุติ) เปิดเผยอีกว่าชายที่แต่งกายคล้ายพระสงฆ์นี้ตนเห็นเป็นประจำในเส้นทางนี้โดยเฉพาะฤดูกาลท่องเที่ยวจะพบถึงเดือนละ 1 – 2ครั้ง บางครั้งตนก็เห็นยืนซื้อขนม ซื้อไอติมรถเร่แล้วยืนกินอยู่ข้างถนน เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมเลย จึงอยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงมาดำเนินการโดยด่วน เพราะเกรงว่ากลุ่มดังกล่าวอาจจะเป็นมิจฉาชีพและอาจจะก่อเหตุรุนแรงได้ในอนาคต

วันหยุดยาว กลุ่มแว้นเงียบ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังกวาดล้างต่อเนื่อง ยึดรถแน่นโรงพัก

เพชรบูรณ์ – มาตรการปิดประตูตีแมวเป็นผล สกัดและจับกุมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท หวาดเสียว รวมทั้งจับกุม ตรวจยึด รถจักรยานยนต์ที่เสียงดัง ดัดแปลงสภาพ เต็มโรงพัก

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบช.ภาค 6 ใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่สามอำเภอท่องเที่ยวหลักของเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจเส้นทางการจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวและสกัดกั้นกลุ่มแว้นที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว โดยมี พ.ต.อ.ชัยชัช แจ่มจันทร์ รอง ผบก.ภจว.พช. พ.ต.อ.วชิระ  โลหะเวช ผกก.สภ.หล่มสัก พ.ต.อ.ธีระพงษ์  ผลนาค ผกก.สภ.หล่มเก่า พ.ต.อ.ศรายุทธ แผลงปัญญา ผกก.สภ.เขาค้อ ร่วมวางแผนโดย พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองผบช.ภาค 6 กล่าวว่า จากการบินสำรวจพบว่าการจราจรส่วนมากยังคล่องตัว ปริมาณรถยังไม่มาก ยกเว้นบริเวณวัดผาซ่อนแก้วที่การจราจรเริ่มติดขัด แต่ทั้งนี้ได้วางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ตามจุดต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและจัดการจราจรให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

และนอกจากนั้นตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์ได้มีมาตรการปิดประตูตีแมวเพื่อสกัดกั้นและจับกุมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความประมาท หวาดเสียว รวมทั้งจับกุม ตรวจยึด รถจักรยานยนต์ที่เสียงดัง ดัดแปลงสภาพ โดยให้สถานีตำรวจในสังกัดดำเนินการอย่างเข้มงวด ซึ่งขณะนี้ปรากฎว่ามีผลการปฏิบัติงานเป็นที่น่าพอใจ

ต่อมาพ.ต.อ.วชิระ โลหะเวช ผกก.สภ.หล่มสัก แถลงผลการปฏิบัติการปิดประตูตีแมวในส่วนของ สภ.หล่มสัก ซึ่งตั้งแต่มีทริปกลุ่มไม่อาบน้ำมาท่องเที่ยวภูทับเบิก สภ.หล่มสักได้ดำเนินการจับกุม ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ดัดแปลง เสียงดัง และและอุปกรณ์ไม่ครบได้แล้วจำนวน 50 คัน และจากผลการปฏิบัติการดังกล่าวก็สามารถจับกุมยาเสพติด(ยาบ้า)ได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายไปแล้ว

ทั้งการการปฏิบัติการปิดประตูตีแมว จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องทุกวัน ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า โดยเฉพาะในวันหยุดติดต่อกันหลายวันก็จะมีการเข้มงวดเป็นพิเศษ  และจากการปฏิบัติที่ผ่านมาปรากฏว่าวันนี้ซึ่งเป็นวันแรกของวันหยุดยาว ปรากฏว่า แทบจะไม่มีรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ในลักษณะแข่งขันกันเหมือนอาทิตย์ที่ผ่านมาเลย

นักท่องเที่ยวแห่รับลมหนาว ชมตะวันบานบนภูที่บึงสามพันกันอย่างคึกคัก

เพชรบูรณ์ – นักท่องเที่ยวแห่ชม ตะวันบานบนภูที่บึงสามพัน รับลมหนาว กันอย่างคึกคัก ตื่นตาตื่นใจแปลกกว่าที่อื่น ดอกทานตะวันที่กำลังบานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง รองรับแสงแดดและสายลมหนาว อยู่ที่บนขุนเขาที่สลับซับซ้อนและมีความสูงชัน

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งเข้าสู่ฤดูหนาว และถือเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบูรณ์ บรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยว เขาค้อ ภูทับเบิก และอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งเป็น 3 สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดเพชรบูรณ์ นอกจากจะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น ชมทะเลหมอก ชมอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า และชมทัศนียภาพความสวยงามทางธรรมชาติแล้ว ยังสามารถแวะชมและเก็บภาพความสวยงามของทุ่งดอกทานตะวัน ที่กำลังบานสะพรั่งเหลืองอร่ามสวยงามเต็มท้องทุ่ง เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในฤดูกาลท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลรับลมหนาว เพื่อชมตะวันบานบนภูที่บึงสามพัน

ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสระแก้ว อำเภอบึงสามพัน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรหันมาปลูกต้นทานตะวัน โดยการจัดหาเมล็ดพันธุ์มาแจกให้ เพื่อพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เนื่องจากมีหลายหมู่บ้านที่อยู่บนภูเขาที่สูงชัน ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ แต่อยู่ห่างจากตัวอำเภอบึงสามพันเพียงแค่ประมาณ 30 กิโลเมตร จนทำให้ปัจจุบันมีภูเขาหลายลูกเหลืองอร่ามไปด้วยทุ่งทานตะวัน ที่กำลังบานสะพรั่งทอดยาวสุดลูกหูลูกตานับพันไร่ ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ ที่รายล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ โดยเฉพาะที่บริเวณริมถนนปากทางเข้าหมู่ 8 บ้านป่ายาง ตำบลสระแก้ว ดอกทานตะวันได้บานสะพรั่งเหลืองอร่ามทอดยาวไปจนถึงภูจุก ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวนิยมกันมากางเต้นท์พักแรม ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิดย์กันเป็นจำนวนมาก

โดยนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมทุ่งทานตะวันที่บึงสามพัน นอกจากจะได้สัมผัสกับบรรยากาศความสวยงาม ที่ตื่นตาตื่นใจแปลกจากที่อื่น เนื่องจากดอกทานตะวันที่กำลังเบ่งบานสะพรั่งเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง รองรับแสงแดดและสายลมหนาว อยู่ที่บนยอดขุนเขาที่สลับซับซ้อนและมีความสูงชัน สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว ให้เดินทางมาเที่ยวและแวะจอดรถ เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเซลฟี่กับทุ่งดอกทานตะวัน แล้วโพสต์ลงในเฟสบุ๊ค เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก

แห่ชมทุ่งปอเทืองแลนด์มาร์คแห่งใหม่ที่ออกดอกเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง

เพชรบูรณ์ – นักท่องเที่ยวแห่เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อสัมผัสบรรยากาศรับลมหนาว ชมทุ่งดอกปอเทืองที่กำลังชูช่อออกดอกเหลืองอร่ามเต็มท้องทุ่ง ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ ที่รายล้อมด้วยขุนเขา

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณทุ่งปอเทือง ในพื้นที่หมู่ 12 บ้านซับไพรวัลย์ ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งกำลังออกดอก ชูช่อเหลืองอร่าม บานสะพรั่งเต็มท้องทุ่ง ต้อนรับนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไป ที่เดินทางสัญจรผ่านเส้นทางถนนสายซับไม้แดง-ซับสมพงษ์ ต่างต้องพากันแวะจอดรถ เพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเซลฟี่กับทุ่งดอกปอเทือง แล้วโพสต์ลงในเฟสบุ๊คเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งเก็บภาพความสวยงามของทุ่งดอกปอเทือง ที่กำลังชูช่อออกดอกพร้อมกันทอดยาวสุดลูกหูลูกตาในช่วงฤดูหนาวปีนี้ จนกลายเป็นภาพที่สวยสดงดงาม และน่าประทับใจแก่ผู้พบเห็น ท่ามกลางสภาพอากาศที่กำลังเย็นสบาย มีลมพัดตลอดทั้งวัน ประกอบกับบริเวณด้านหลัง สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ที่รายล้อมด้วยขุนเขาเพชรบูรณ์ จนกลายเป็นแลนด์มาร์คสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่น่าสนใจของชาวอำเภอบึงสามพันอยู่ในขณะนี้

นางศานิต ชาติกร อายุ -ปี อยู่บ้านเลขที่ 202 หมู่ 7 ต.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของทุ่งปอเทืองดังกล่าว กล่าวว่า หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวโพดเสร็จ ก็ได้ทำการไถปรับหน้าดินและปลูกต้นปอเทือง ในพื้นที่กว่า 150 ไร่ เพื่อใช้เป็นพืชคลุมดินและไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด ก่อนที่จะทำการปลูกข้าวโพดในปีถัดไป ซึ่งต้นดอกปอเทืองนอกจากจะเป็นพืชที่มีประโยชน์แล้วนั้น ยังกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ ในช่วงฤดูหนาว ที่นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาพบเห็น ต่างไม่พลาดที่จะแวะถ่ายรูปกันเป็นประจำ

นางศานิต ชาติกร เจ้าของทุ่งปอเทือง ยังกล่าวต่ออีกว่า ขอเชิญชวนผู้ที่มีโอกาสขับรถผ่านเส้นทางดังกล่าว สามารถจอดรถแวะชมความสวยงามของทุ่งดอกปอเทืองได้ตลอดทุกวัน