รับซื้อของเก่าแถมระเบิด ตกใจรีบโทรแจ้งตำรวจ

เพชรบูรณ์ พบระเบิดปริศนามาพร้อมกับขวดที่ในถุงปุ๋ยที่ร้านซื้อของเก่าตระเวนซื้อมา

วันที่ 2 มีนาคม 2564 ขณะที่ ร.ต.อ.อนุชา พูลยอด รองสารวัตรสอบสวน ปฎิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ.บึงสามพัน อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านซับสมพงษ์ ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ ว่า มีชาวบ้านพบวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิด จึงรุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจรถยนต์

ที่เกิดเหตุ ซึ่งเปิดเป็นร้านรับซื้อของเก่า ตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 5 บ้านซับสมพงษ์ ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ พบนางยุพิน เรือนแก้ว อายุ 41 ปี เจ้าของบ้าน พร้อมนางประนอม ศรีเครือแก้ว อายุ 63 ปี คนงานรับจ้างคัดแยกของเก่า และนางสาวชลดา วรรณา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่  5 บ้านซับสมพงษ์ ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบวัตถุต้องสงสัยมีรูปร่างลักษณะคล้ายระเบิดสังหารชนิดขว้าง สภาพค่อนข้างใหม่ วางอยู่กับพื้นรวมกับกองของเก่าซึ่งมีจำนวนมาก

 และหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ ได้นำยางรถยนต์มาทำการคลอบไว้ พร้อมทั้งนำสายมากั้นทำแนวเขตเป็นพื้นที่อันตราย ห้ามไม่ให้คนเข้าออกเป็นการชั่วคราว พร้อมสอบสวนนางประนอม ศรีเครือแก้ว คนงานรับจ้างคัดแยกของเก่า ซึ่งเป็นคนพบวัตถุดังกล่าวเป็นคนแรก ซึ่งนางประนอม ได้ให้การว่า มารับจ้างคัดแยกของเก่าที่บ้านนี้ทุกวัน แต่วันนี้ขณะที่ตนกำลังแกะถุงเทของออก เพื่อคัดแยกกำลังจะโยนแยกกอง ได้สังเกตเห็นและรู้สึกแปลกใจว่า ของที่อยู่ในถุงมีน้ำหนักผิดปกติมาก ตนจึงได้แหวกถุงดู และคิดว่ามันเป็นระเบิดน้อยหน่า ก็เลยโทรบอกหลานสาว ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านว่าไปซื้อระเบิดมาทำไม หลานสาวตอบว่าไม่ใช่ระเบิด แต่เป็นเหล็ก ตนจึงบอกหลานว่านี่มันคือระเบิด คิดแล้วยังรู้สึกตกใจว่าตอนที่หลานรับซื้อ และโยนถุงที่ใส่ระเบิดขึ้นรถ โชคดีที่มันไม่ระเบิด

โดย ร.ต.อ.อนุชา พูลยอด กล่าวว่า วัตถุต้องสงสัยที่พบ มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับระเบิดสังหารชนิดขว้าง หรือที่เรียกกันว่าระเบิดน้อยหน่า มีสภาพใหม่ ถูกพันไว้ด้วยเทปสีดำ แต่สลักนิรภัยยังไม่ถูกดึงออก โดยตนได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD  ตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว เพื่อให้เดินทางมาทำการตรวจสอบว่า เป็นระเบิดจริงหรือไม่ ถ้าจริงเป็นระเบิดชนิดใด เพื่อทำการเก็บกู้วัตถุระเบิดต่อไป แต่ไม่ว่าจะเป็นระเบิดจริงหรือไม่ก็ขอร้องว่าอย่าพึ่งไปยุ่งกับมัน  

ด้าน นางยุพิน เรือนแก้ว เจ้าของร้านรับซื้อของเก่า เล่าว่า กองของเก่าที่กำลังคัดแยก เป็นของที่ตนขับรถตระเวนรับซื้อภายในหมู่บ้านเมื่อสองวันที่ผ่านมา และตนก็จำไม่ได้ว่าถุงที่มีระเบิดรับซื้อมาจากบ้านหลังไหน เพราะตนวนตระเวนรับซื้อไปทั้งหมู่บ้าน ก็ไม่เคยคิดว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้ พอรู้ว่าเป็นระเบิดรู้สึกตกใจเกรงว่าจะมีความผิด ที่มีระเบิดอยู่ในครอบครอง จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้าน

ขณะที่ นางสาวชลดา วรรณา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซับสมพงษ์ เล่าว่า ลูกบ้านโทรมาแจ้งว่าเจอระเบิด ตนไม่เชื่อคิดว่าโดนโกหก จึงได้ย้อนถามว่าระเบิดเป็นยังไง และได้เดินทางมาดู จากนั้นได้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นตนได้เรียกน้าชายมาช่วยดูว่าใช่ระเบิดจริงหรือไม่เนื่องจากน้าชายเป็นอดีตทหารผ่านศึก มาเห็นตอนแรกระเบิดอยู่ในถุงก๊อบแก๊บมัดถุงอย่างดี ทำให้มองเห็นไม่ชัด พอดีน้ารู้จักระเบิดจึงได้แกะออกจากถุงพบว่า สลักยังพับปิดอยู่และมีเทปพันทับไว้น้าบอกว่า ลักษณะนี้ไม่เป็นอะไรก็เลยไปเอายางรถยนต์มาคลอบไว้ เพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบ

คนใจร้ายนำลูกแมวมาปล่อยให้หมาจรจัดกัดตาย

เพชรบูรณ์ ชาวเน็ตจวกยับ คนใจร้ายนำลูกแมวมาปล่อยให้หมาจรจัดกัดตาย

     วันที่ 2 มีนาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์รูปภาพลูกแมวซึ่งถูกสุนัขจรจัดกัดตาย จำนวน 4 ตัว พร้อมระบุข้อความว่า “เจอเรื่องเศร้าแต่เช้าเลย มันเอาสมองส่วนไหนคิด เอาลูกแมวมาปล่อยตรงที่มีหมา5-6ตัว ขอให้คนทำได้รับเวรกรรม ผลกรรมที่ได้ทำไว้ในครั้งนี้ไวๆด้วยเถอะ ไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่สูงขึ้นนะเหมียวน้อย”ลงในกลุ่มคนอำเภอบึงสามพัน(ซับสมอทอด)จ.เพชรบูรณ์

     หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ได้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ต่อการกระทำดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เช่น “จิตใจมันทำได้ลง, คงจะพวกไม่มีการศึกษา ถ้ามีคงลงหาบ้านให้แล้วล่ะ สงสารเด็กๆจัง, มันคงจะให้หมากัดตาย, ขอด่านะ เลวทรามสิ้นดี จิตรใจมันทำด้วยอะไร ต้องเอาตัวไอ้คนที่มันทำไปปล่อยไว้ในดงเสือน่ะ แล้วให้มันโดนเสือเช่นที่มันเอาแมวมาปล่อย ดูซิมึงจะตายแบบไหน เวรกรรมมีจริงนะมึง, น้ำตาไหลเลยค่ะเพราะที่บ้านเป็นคนรักแมวรักหมา พอเจอแบบนี้จุกพูดไม่ออกเลย, ไม่เลวจิงคงทำไม่ได้หรอก”

     ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้ใช้เฟสบุ๊คดังกล่าวทราบชื่อคือ นางสมควร นาคมอญ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 6 ต.พญาวัง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ เล่าว่า เมื่อก่อนตนเองจะเดินทางไปขายของที่ตลาดทุกวัน และจะผ่านจุดดังกล่าว คือบริเวณถนนใกล้กองขยะ หมู่ที่ 5 บ้านซับสมพงศ์ ต.ซับไม้แดง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ และบังเอิญเห็นสุนัขถูกนำมาทิ้ง ตนเกิดความสงสาร จึงได้นำอาหารมาให้ทุกเช้า จนเกิดความผูกพัน บางส่วนก็ได้นำไปเลี้ยงไว้ที่บ้าน พร้อมทั้งประกาศหาบ้านให้สุนัขที่ถูกนำมาปล่อยจุดดังกล่าว ซึ่งตนทำแบบนี้มา 9 ปี ปัจจุบันไม่ได้ขายของแล้วแต่ก็จะนำอาหารมาให้กับสุนัขทุกเช้า ซึ่งระยะทางห่างจากบ้าน ประมาณ 7-8 กิโลเมตร ทุกวัน เพราะถ้าตนเองไม่เอามาให้อดคิดไม่ได้ว่าพวกมันจะกินอะไรและอาจไปสร้างปัญหาให้กับคนอื่นได้

     จนกระทั่งล่าสุดวันนี้(2 มี.ค.64) ขณะที่คนกำลังเอาอาหารมาให้สุนัขจรจัดเช่นทุกวัน ก็เหลือบตาไปเห็นลูกแมวนอนตายอยู่ตามซอกหิน ซึ่งคาดว่ามีคนใจร้ายนำมาปล่อยและโดนสุนัขจรที่อยู่บริเวณนี้ กัดจนตาย ตนรู่สึกหดหูใจมากจนน้ำตาไหลเพราะสงสารลูกแมว เลยตัดสินใจโพสต์เรื่องราวดังกล่าวลงในกลุ่มคนบึงสามพัน(ซับสมอทอด)จ.เพชรบูรณ์ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ถึงการกระทำดังกล่าวว่าไม่เหมาะสม และอยากขอร้องอย่านำสุนัขหรือแมวมาทิ้งบริเวณดังกล่าวอีก เพราะไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือแมว ต่างก็รักชีวิตของมันและที่สำคัญพวกมันมีหัวใจ

ว่างจากทำนา หันมาเอาดีปลูกกระบองเพชรขาย สร้างรายได้หลักแสน สุดท้ายยึดเป็นอาชีพ

ชาวนาสองสามีภรรยา ใช้เวลาว่างในระหว่างรอผลผลิต และช่วงระหว่างฤดูกาล ลองปลูกกระบองเพชรเป็นอาชีพเสริม เพื่อหารายได้เพิ่ม สุดท้ายสร้างรายได้งามจนต้องยึดเป็นอาชีพหลัก

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 254 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มี 2 สามีภรรยาอดีตชาวนา ที่ได้หันมาเอาดีด้านปลูกต้นกระบองเพชร หรือ แคคตัส จนประสบผลสำเร็จสร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ปัจจุบันมีลูกค้าประจำหมุนเวียนเดินทางมาเลือกซื้อถึงที่บ้าน ที่เลขที่ 5/1 หมู่ที่ 11 บ้านบ่อเดื่อ ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

พบนายจักราวุธ บุญเชิด อายุ 47 ปี และ นางสาวจีพารัฐ ขุนคำ อายุ 47 ปี 2 สามีภรรยา เจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของกระบองเพชร หรือแคคตัส 150 สายพันธุ์ นายจักราวุธ บุญเชิด เปิดเผยว่าเดิมตนและภรรยาทำอาชีพทำนา จากที่ต้องรอผลผลิตทางการทำนาอย่างเดียว จึงหันมาลองปลูกกระบองเพชรเป็นอาชีพเสริม เพื่อหารายได้เพิ่มอีกทาง ปกติตนเป็นคนที่ชื่นชอบต้นกระบองเพชรเป็นพิเศษอยู่แล้ว เพราะชื่นชอบในรูปทรงที่สวยงาม และแปลกตาของต้นกระบองเพชร จึงหาซื้อมาประดับตกแต่งบ้าน และพบว่าเป็นพืชที่ดูแลง่าย มีประโยชน์ และมีงานวิจัยจากต่างประเทศ เชื่อกันว่า แคคตัส หรือ กระบองเพชร เมื่อนำมาตั้งหน้าคอมพิวเตอร์ จะสามารถช่วยลดรังสีที่แผ่ออกมาจากคอมพิวเตอร์ได้อีกด้วย ตนจึงได้เริ่มศึกษาเรียนรู้ทางโซเชียลอย่างจริงจัง จนสามารถขยายพันธุ์เองได้ ปัจจุบันกลายเป็นอาชีพหลักเลี้ยงครอบครัว ที่สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน ที่สำคัญคือทำอยู่บ้านกับครอบครัว

ปัจจุบันขยายพันธุ์ โดยการใช้เมล็ด และเพาะไม้ที่เป็นตอ เช่น ตอสามเหลี่ยม ตอลูกผสม อริโอ เรทูซัส แอสโตร ไพตัม แมมชูแมน คามิเน่ และมายริโอ ซึ่งตอนนี้ มีต้นกระบองเพชรหลากหลายสายพันธุ์ นับพันๆ ต้น ซึ่งบางชนิดจะออกดอกมีสีสันสวยงาม เช่น สีชมพู สีแดง สีเหลือง สีขาว และบางชนิดก็จะไม่มีดอกแต่จะมีรูปทรงที่กลายเป็นสีสันสวยงามแทน ราคาจำหน่าย เริ่มต้นที่ 30-12,000บาท ซึ่งราคาจะแตกต่างตามลักษณะของแต่ละสายพันธุ์

นอกจากนี้ ยังเปิดบ้านให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้ที่ชื่นชอบต้นกระบองเพชร หรือ แคคตัส อีกด้วย ท่านใดที่สนใจต้องการกระบองเพชร สามารถสอบถามรายละเอียด และสั่งซื้อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 095-6439984 พร้อมมีบริการจัดส่งให้ทั่วประเทศ

มิจฉาชีพหลอกขึ้นเงินลอตเตอรี่ สูญเงิน 8 หมื่น ภาพวงจรปิดชัดก่อนหน้า 2 เดือน เคยก่อเหตุมาแล้ว

เพชรบูรณ์ พ่อค้าลอตเตอรี่ สุดช้ำ ถูกหลอกเอาสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมมาขึ้นเงิน สูญเงินนับแสน พบเคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันที่ต่างอำเภอ เมื่อ 2 เดือนก่อน คาดสุดท้ายคงลอยนวล

วันที่ 19 ก.พ.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าได้มีพ่อค้ารับซื้อรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลในตลาดตัวเมืองอำเภอหล่มสัก 2 รายถูกมิจฉาชีพหลอกนำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมมาขอขึ้นเงินสูญเงินรวมแสนกว่าบาท จึงเดินทางไปตรวจสอบโดยร้านแรกเป็นร้านจำหน่ายและรับซื้อรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยนายเกรียงศักดิ์   แก้วเกียรติชัย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56 ถนนสุริยศักดิ์ ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่าในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันนี้ได้มีชายรูปร่างท้วมใส่หมวกแก็ปและสวมหน้ากากอนามัยสีดำ เสื้อคลุมและกางเกงขายาวสีดำ ค่อนข้างมีอายุได้เดินเข้ามาขอขึ้นสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 5 งวดวันที่ 16 ก.พ.2564 จำนวน 2 ใบตนจึงทำการตรวจสอบและพบว่าเป็นเลขที่ถูกรางวัลที่ 5 จริงจึงได้จ่ายเงินไป จากนั้นได้มีชายหนุ่มมาขอขึ้นเงินสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 4 จำนวน 1 ใบ และตนก็ได้ทำการตรวจสอบแล้วพบว่าถูกรางวัลที่ 4 จึงได้จ่ายเงินให้ชายคนดังกล่าวไป ต่อมาตนรู้สึกแปลกและฉงนใจจึงได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปให้ธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาหล่มสักตรวจสอบ ปรากฏว่าเป็นสลากปลอม ทำให้ตนเสียความรู้สึกมาก จึงได้ไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.หล่มสัก โดยทั้งสองรายตนต้องสูญเงินไปกว่า 80,000 บาท  และเมื่อปีที่ผ่านมาตนก็ถูกหลอกนำสลากกินแบ่งรัฐบาลปลอมรางวัลที่ 4 มาขึ้นเงินสูญเงินไปกว่า 40,000 บาท และมาในปีนี้ก็โดนอีก

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบนายกริช  โชติวิวัฒนกุล อายุ 78 ปี  บ้านเลขที่ 198 ถนนรณกิจ ต.หล่มสัก อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์  ซึ่งเป็นพ่อค้าขายและรับซื้อรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น.ของวันนี้ได้มีชายหนุ่มสวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น สวมหน้ากากอนามัยสีดำ เข้ามาขอขึ้นรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 5 งวดวันที่ 16 ก.พ.2564 จำนวน 1 ใบ เงินรางวัล 20,000 บาท ตนจึงได้ทำการตรวจสอบและพบว่าถูกรางวัลจริง จึงได้จ่ายเงินให้ไป หลังจากนั้นก็ได้นำไปให้เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยทำการตรวจสอบก็ปรากฏว่าเป็นสลากปลอม จึงได้ไปแจ้งความเพื่อดำเนินคดีไว้ที่ สภ.หล่มสัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหนึ่งในผู้ก่อเหตุที่เป็นชายหนุ่มสวมเสื้อสีขาว กางเกงขาสั้น พบว่าเคยร่วมกับพรรคพวกก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ที่อำเภอศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 โดยได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 4 จำนวน 1 ใบ รางวัลที่ 5 จำนวน 1 ใบและรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จำนวน 2 ใบ รางวัลเลขหน้า 3 ตัว จำนวน 2 ใบ มาขอขึ้นเงินกับพ่อค้ารับซื้อรางวัลภายในตลาดบ้านกลาง ต.สระกรวด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ ได้เงินไปกว่า 76,000 บาท และหลบหนีลอยนวลกระทั่งมาก่อเหตุในพื้นที่ อ.หล่มสัก ดังกล่าว

ไอเดียเจ๋ง พยาบาลสาวทำขนมเปี๊ยะส้มมงคล ของไหว้ยอดนิยม สร้างรายได้ช่วงตรุษจีน

เพชรบูรณ์  – ออเดอร์เพียบ ทำไม่ทัน พยาบาลสาววัย 37 ปี คุณแม่ลูก 3 ผุดไอเดียสุดเจ๋ง ทำขนมเปี๊ยะส้มมงคล ที่เหมือนผลส้มจริง แทบแยกไม่ออกว่า นี่คือขนมเปี๊ยะสดรูปส้ม สร้างรายได้เสริมในช่วงเทศกาลตรุษจีน

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีพยาบาลสาว อายุ 37 ปี คุณแม่ลูก 3 อยู่บ้านเลขที่ 13/3 หมู่ที่ 10 ต.ท่าโรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ได้ปิ๊งไอเดียสุดเจ๋ง ทำขนมเปี๊ยะสดรูปส้มไส้ถัวไข่เค็ม ขายในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้มียอดสั่งในแต่ละวัน เล่นเอาเจ้าตัวทำไม่ทัน จึงจำเป็นต้องรับทำเพียงวันละ 30 กล่อง หรือ 120 ชิ้นต่อ1วัน เท่านั้น

จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนางสาวเมสิรินทร์ ศิริรัตนวสัย อายุ 37 ปี ปัจจุบันเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลวิเชียรบุรี อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า โดยปกติตนเองเป็นคนชอบทำเบอเกอร์รี่ อยู่แล้ว พอถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน จึงได้คิดว่าหลังเลิกงานจะทำอะไรดี เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว ตนจึงคิดถึงส้มเพราะส้มเป็นผลไม้มงคล ยอดนิยม จึงได้ลองหาวิธีทำขนมเปี๊ยะสดรูปส้ม จากอินเตอร์เน็ต โดยได้ทดลองทำทานเองก่อนที่บ้าน และให้เพื่อนๆ ช่วยกันชิม ปรากฎว่าตอบเป็นเสียงเดียวกันว่ารสชาติอร่อย แป้งนุ่ม ยิ่งเป็นไส้ถัวไข่เค็มแล้ว ยิ่งทำให้รสชาติอร่อยลงตัวมาก ตนจึงได้ตัดสินใจโพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัวเปิดรับออเดอร์ ไม่น่าเชื่อว่าการตอบรับจากลูกค้าดีมาก มียอดสั่งซื้อเข้ามาเยอะจนตัวเองทำไม่ทัน จำเป็นต้องรับทำแค่วันละ 30 กล่อง หรือ 120 ชิ้น เท่านั้น

สำหรับลูกค้าส่วนมากก็จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ในเขตอำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอใกล้เคียง โทรศัพท์เข้ามาสั่งเพื่อนำไปไหว้และเป็นของขวัญให้กับญาติผู้ใหญ่ ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เพราะถือว่าส้ม เป็นสัญลักษณ์ผลไม้มงคล โดยจำหน่ายในราคา กล่องละ 120 บาท บรรจุ 4 ชิ้น

ส่วนใครที่สนใจ อยากลิ้มลองขนมเปี๊ยะสดแป้งนุ่มไส้ถัวไข่เค็มรูปส้ม สามารถโทรสั่งจองได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 095-2242351 รับรองว่ารสชาติอร่อยไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ซึ่งตนเองคิดว่าถึงหมดช่วงเทศกาลตรุษจีน ตนก็ยังคงเปิดรับออเดอร์ต่อไป เพราะถือว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริม ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางนอกจากงานประจำ

เผยคลิปรถพ่วงอ้อย 18 ล้อ ขับย้อนศร ทำหลังร้านแผงโซล่าเซลล์พังเสียหาย

เพชรบูรณ์ – GPS เป็นเหตุ คนงานขับรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ บรรทุกอ้อยเต็มคันรถเพื่อไปส่งโรงงานน้ำตาล ไม่ชินทางตั้ง GPS นำทาง ขับหลงเข้าซอยแคบกลางดึก สุดท้ายไปชนกับเข้าหลังค้าร้านซึ่งทำเป็นโครงโซล่าเซลล์ จนพังได้รับความเสียหาย

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพกล้องวงจรปิดรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อที่บรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถ และรูปหลังคาร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์ที่พังเสียหายจากรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ พร้อมระบุข้อความว่า “รถอ้อยใครวิ่งมาทางตรอกลาว คืนวันที่ 5 ตอนเที่ยงคืน แสดงความรับผิดชอบด้วยครับ ซอยแคบขนาดนั้นยังมุดเข้ามา ตรงนั้นมันย้อนศร เข้าใจนะ” ลงในเฟสบุ๊คกลุ่ม คนบึงสามพัน(ซับสมอทอด)จ.เพชรบูรณ์

เวลาประมาณ 00.22 น.ของคืนวันที่ 5 ก.พ.64 กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพวินาที รถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ซึ่งบรรทุกอ้อยมาเต็มคันรถ ขับเข้ามาในซอย ซึ่งเป็นซอยที่แคบและมีบ้านเรือนประชาชนเต็ม 2 ฝั่งข้างทาง และที่สำคัญถนนเส้นดังกล่าวห้ามรถทุกชนิดขับย้อนศร แต่กลับปรากฎภาพรถบรรทุกพ่วงคันดังกล่าว ขับเข้ามา และเนื่องจากรถบรรทุกอ้อย มีความสูง ทำให้จังหวะที่ขับผ่านร้านดังกล่าวได้ไปชนเข้ากับหลังคาของร้านจนได้รับความเสียหาย

ต่อมาทราบชื่อร้านที่ได้รับความเสียหาย คือ บริษัท สยามคำสุข กรุ๊ป จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 151 หมู่ที่ 3 ซอยเทศบาล 7 ต.ซับสมอทอด อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์ การขายส่งอุปกรณ์และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบกิจการซื้อมา-ขายไป เครื่องมือ เครื่องใช้ชิ้นส่วนอะไหล่ต่างๆ เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์

จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายสหัสพล ทิพยนนท์ เจ้าของกิจการดังกล่าว เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้ตามในเวลากล้องวงจรปิด ได้มีรถบรรทุกอ้อย 18 ล้อ ขับเข้ามาในซอย จะตรงไปก็ตรงไม่ได้ จะถอยหลังก็ลอยไม่ได้ จนสุดท้ายไปชนเข้ากับโครงแผงโซล่าเซลล์ หน้าร้านจนพัง และก็ได้ขับรถตรงขึ้นไปปากซอยเพื่อ เข้าสู่ถนนเส้นหลัก ทั้งๆ ที่มีป้ายบอกห้ามรถผ่านทุกชนิด ตนจึงอยากให้รถบรรทุกอ้อยคันดังกล่าว ออกมารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ล่าสุดเจ้าของรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ คันดังกล่าวได้ติดต่อมายังนายสหัสพล ทิพยนนท์ และได้พูดคุยตกลงชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทางโทรศัพท์ เนื่องจากนายสหัสพล ทิพยนนท์ ได้เดินไปทำธุระที่ต่างจังหวัด นอกจากนี้ทางด้านเจ้าของรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ยังได้กล่าวคำขอโทษ แทนคนงาน ที่ได้ขับรถเข้าไปในซอย และทำให้เกิดความเสียหายดังกล่าว เนื่องจากคนงาน คนดังกล่าว เป็นคนงานใหม่เพิ่งรับมาเข้ามาทำงาน และเพิ่งให้ขับรถบรรทุกอ้อย ไปส่งที่โรงงานน้ำตาล ที่ ต.หนองแจง อ.บึงสามพัน  จ.เพชรบูรณ์ เป็นครั้งแรก บวกกับไม่ชินกับเส้นทาง จึงได้ตั้ง GPS นำทาง และได้ขับหลงขับรถเข้าไปในซอยดังกล่าว และไปชนกับแผงโซล่าเซลล์หน้าร้านจนได้รับความเสียหาย ดังกล่าว