อาชญากรรม » กลโกงมิจฉาชีพแนวใหม่ แค่แอดไลน์ ก็โอนเงินจากบัญชีหมดเกลี้ยง

กลโกงมิจฉาชีพแนวใหม่ แค่แอดไลน์ ก็โอนเงินจากบัญชีหมดเกลี้ยง

6 มิถุนายน 2022
190   0

กลโกงมิจฉาชีพแนวใหม่ พูดเย้ยหากไม่โอน เดี่ยวโอนเงินเอง หนุ่มกำแพงเพชรผู้เสียหายเช็คบัญชีเลยงงเงินหายได้ไงทั้งที่ไม่โอน แจ้งตำรวจให้ช่วยติดตามคดีนี้ให้ด้วย

วันที่ 4 มิถุนายน 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสาธิต แก้วปาน” อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 ม.12 ต.วังแขม อ.คลองขง จ.กำแพงเพชร ถูกแก๊งคอลเช็นเตอร์ ใช้กลลวงหลอกโอนเงิน ซึ่งผู้เสียหายยืนยันไม่ได้มีการโอนเงินจากแอพธนาคารหรือตู้ ATM แต่อย่างใด อยู่ๆเงินก็หายจากบัญชีไปกว่า 6,100 บาท โดยมิจฉาชีพใช้กลลวงว่าผู้เสียหายได้ส่งพัสดุผิดกฎหมาย และมีประวัติฟอกเงินคดียาเสพติด จำนวน 9 ล้านบาท โดยได้โทรมาพูดคุยขอตรวจสอบบัญชี หากผู้เสียหายไม่โอนเงินให้ตรวจสอบก็ไม่เป็นไร ขอให้แอดไลน์พูดคุยพร้อมส่งลิงค์เว็ปไชต์ https://66web.0581068.com/aqljxz.html เพื่อให้กรอกข้อมูลเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า “แก๊งคอลเช็นเตอร์ ใช้เบอร์ 095-3621315 อ้างว่าโทรมาจาก ไปรษณีย์ไทย บอกว่าตนเองส่งพัสดุวันที่ 28 พ.ค.65 เวลา 13.50 น. โดยอ้างว่าตนเองใช้ที่อยู่จัดส่ง เลขที่ 843 ม.14 ต.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 มีผู้รับพัสดุปลายทางชื่อ “นายลี หล่องอาเซอ” เลขที่ 32 ม.4 (บ้านหัวแม่คำ) ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย 57110 เบอร์โทรผู้รับ 062-5341994 มีหมายเลขอ้างอิงคัดแยก 490897

โดยมิจฉาชีพบอกว่า ของที่ส่งเป็นพาสปอร์ตของชาวเมียนมาร์ จำนวน 12 เล่ม มี ATM จำนวน 9 ใบ สมุดบัญชี จำนวน 9 เล่ม และ 3 ใน 9 เล่ม มีสมุดบัญชีของตนเองซ่อนอยู่ในเสื้อผ้า 10 ชุด โดยมีรายชื่อผู้แจ้งข้อมูลให้ตรวจสอบคือ “นายวุฒิชัย เอกอนงค์ เจ้าหน้าที่หน่วยงานจัดแจ้งพัสดุ 028313550 ที่อยู่หลัก 4 กทม. 10210   โดยมิจฉาชีพบอกให้จดข้อมูลนี้ไปแจ้งตำรวจที่จะโอนสายมาพูดคุยด้วย

จากนั้นตำรวจที่อ้างว่าเป็นมิจฉาชีพ ได้โทรมาพูดคุยขอแอด LINE ผู้เสียหาย โดยใช้ชื่อ “สภ.แหลมฉบัง และบอกให้ผู้เสียหายแคปจำนวนเงินในแอปธนาคารที่ตนเองมี จำนวน 6,112.97 บาท ส่งให้ทางไลน์ ซึ่งในระหว่างการสนทนามิจฉาชีพก็ทำทีใช้วิทยุสื่อสารกับตำรวจ และบอกว่าผู้เสียหายนั้นยังมีคดีฟอกเงินกับยาเสพติดด้วย ระหว่างนั้นผู้เสียหายก็ปฎิเสธ ซึ่งมิจฉาชีพก็อ้างอีกว่าหากปฎิเสธให้คุยกับ พ.ต.อ.จีราวัฒน์ ศักดื์ศรีวัฒนา ชื่อเล่น วัฒน์ อ้างว่าเป็น ผู้กำกับ สภ.แหลมฉบัง

ซึ่งก็ได้แอดไลน์คุยกัน จากนั้นบอกให้ผู้เสียหายโอนเงินไปบัญชีกลางของตำรวจ ผู้เสียหายเริ่มเอะใจกลัวเป็นมิจฉาชีพเลยปฎิเสธ หลังจากนั้นมิจฉาชีพอ้างถ้าไม่โอนเงิน มีอีกวิธีที่จะสามารถตรวจสอบได้ โดยให้ตนเองถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งไปในไลน์เพื่อใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชนตรวจสอบ โดยผู้เสียหายก็ได้ถ่ายบัตรประชาชน และรูปหน้าตรงปัจจุบันส่งไปให้ และได้บอกให้กดลิงค์เว็ปไชต๋ที่ส่งให้อ้างว่าเป็นเว็ปของกรมบัญชีกลาง และให้กดที่โลโก้ตำรวจ เมื่อกดไปก็ให้กรอกข้อมูลตามหัวข้อต่างๆ หลังจากนั้นมิจฉาชีพก็อ้างว่าไม่มีการโอนเงินออกจากบัญชีผู้เสียหายแน่นอน ซึ่งผู้เสียหายก็ได้กรอกรหัสทุกอย่างตามแบบฟอร์มในเว็ปไชต์พร้อมยืนยัน

ซึ่งในระหว่างทำการกรอกข้อมูลทั้งหมดก็คุยสายกับมิจฉาชีพตลอด รวมเวลาเกือบกว่า 2 ชั่วโมง โดยช่วงโมงแรกคุยแต่เรื่องคดี และครึ่งช่วงโมงสุดท้ายคุยเรื่องเงินในบัญชีจนวางสาย ต่อมาเอะใจเลยเข้าไปตรวจดูในแอปธนาคาร พบว่าเงินในบัญชีหายไป 6,100 บาท เหลือติดบัญชีแค่ 12.97 บาท ผู้เสียหาย ได้โทรกลับไปที่ไลน์ของวิชาชีพ เพื่อสอบถามว่าเงินบัญชีตนเองหายไปได้ไง ได้คำตอบว่า “ทำท่าทีตกใจ และพูดว่าเกิดขึ้นได้ยังไงทางเราไม่ได้โอนออกนะ เดี่ยวจะตรวจสอบให้ จากนั้นก็วางสายไป ผู้เสียหายก็ได้แชทพูดคุยทางไลน์ โดยมิจฉาชีพอ้างว่า ก็ผู้เสียหายไม่ยอมโอน เลยจัดการโอนเงินเองเลย ผู้เสียหายถึงรู้ว่าโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเข้าแล้ว จึงรีบนำเรื่องแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.คลองขลุง ทันทีเพื่อดำเนินคดี

นายสาธิต ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนเอะใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเป็นมิจฉาชีพ แต่กลอุบายในการหลอกครั้งนี้มันทำให้เชื่อได้ว่าจะเป็นเรื่องจริง ยิ่งบอกว่าหากไม่โอนเงินก็สามารถตรวจสอบได้ถึงความบริสุทธิ์ของตน ทำให้ตนเชื่อสนิทใจว่าเป็นเรื่องจริง ทั้งเว็ปไชต์ และเสียงการสนทนาทั้งหมดมันเหมือนจริงหมด และสุดท้ายตนเองก็ถูกโอนเงินออกไปจากบัญชีธนาคารทั้งๆที่ไม่ได้โอนจากแอปและ ATM แต่อย่างใด ซึ่งเป็นวิธีการหลอกลวงที่อันตรายมาก จึงอยากนำเสนอเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยสังคม พร้อมกับขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามคดีนี้ให้ตนเองด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ฝากเตือนประชาชนให้ระวังแก๊งคอลเช็นเตอร์ที่หากลโกงแบบต่างๆมาหลอกประชาชนให้ตกเป็นเหยื่ออยู่บ่อยครั้ง ห้ามคุย ห้ามทำอะไรทั้งสิ้น ไม่เช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อได้