เศรษฐกิจ » งานมหกรรมควายยักษ์เมืองสองแควและรำลึกวันอนุรักษ์ควายไทย ประจำปี 2565

งานมหกรรมควายยักษ์เมืองสองแควและรำลึกวันอนุรักษ์ควายไทย ประจำปี 2565

16 พฤษภาคม 2022
76   0

ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก จัดงานมหกรรมควายยักษ์เมืองสองแควและรำลึกวันอนุรักษ์ควายไทย ประจำปี 2565 เพื่อส่งเสริมการผลิตและพัฒนาตลาดควายไทยที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาการผลิตกระบือที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด เพิ่มมูลค่าการผลิตกระบือไทยของเกษตรกร กระตุ้นเลี้ยงและอนุรักษ์ความไทย

วันที่ 14 พฤษภาคม 65 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกร่วมกับ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก และ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา พิษณุโลก  ร่วมกันจัดงานมหกรรมควายยักษ์เมืองสองแคว ครั้งที่ 5 และรำลึกวันอนุรักษ์ควายไทย ประจำปี 2565 ขึ้น โดยมี นายรณรงค์  นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก  เป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัลให้ผู้ชนะการประกวดควาย ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาตลาดควายไทยที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาการผลิตกระบือที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด เพิ่มมูลค่าการผลิตกระบือไทยของเกษตรกร กระตุ้นเลี้ยงและอนุรักษ์ควายไทย บรรยากาศภายในงาน มีกระบือยักษ์มาโชว์ในงานนี้ได้แก่ เก้าเจริญ น้ำหนักตัว 1,350 ก.ก. ราคา 20 ล้าน น้องมะลิ อายุ 2 ปี 6 เดือน น้ำหนัก 1,000 ก.ก. จากบิ๊กไอซ์ฟาร์มควายไทย เพชรมังกร กระบือเผือก น้ำหนัก 929 ก.ก. จากเกษมฟาร์มอนุรักษ์ควายไทยจังหวัดพิจิตร เจ้ายิ่งใหญ่ น้ำหนัก 1,470 ก.ก.จากบุญเกิดฟาร์ม จังหวัดหนองบัวลำภู ตะวันฉาย น้ำหนัก 1,390 ก.ก. จากไทยชนะฟาร์ม จังหวัดนครราชสีมา

นายสุริพล มาบุญช่วย ปศุสัตว์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ปัจจุบันกระบือไทยและผู้เลี้ยงกระบือมีแนวโน้มลดลง ข้อมูลกรมปศุสัตว์ พ.ศ. 2562  คงเหลือ 1,226,785 ตัว จากปัญหาการใช้เครื่องจักรกลแทนการใช้แรงงานกระบือ พื้นที่เลี้ยงลดเนื่องจากเกษตรกรใช้พื้นที่ทำการเกษตรอย่างอื่น ที่ได้รับผลตอบแทนเร็วกว่าและมากกว่า ประกอบกับความต้องการบริโภคเนื้อกระบือเพิ่มขึ้น และเกษตรกรยังขาดการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์กระบือที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด ขาดการเชื่อมโยงการตลาด นอกจากนี้ไทย ยังมีการส่งออกกระบือมีชีวิตไป ประเทศจีน และเวียดนามอย่างต่อเนื่อง  สำหรับจังหวัดพิษณุโลกมีเกษตรกรเลี้ยงกระบือ จำนวน 20,658 ตัว เกษตรกร 2,210 ราย กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่กระบือ จำนวน 6 กลุ่ม ศูนย์เรียนรู้การเลี้ยงกระบือ จำนวน 2 ศูนย์ และศูนย์กระจายน้ำเชื้อมาตรฐานบิ๊กไอซ์ควายไทย จำนวน 1 แห่ง จากศักยภาพดังกล่าวจังหวัดพิษณุโลกจึงส่งเสริมพัฒนาและจัดประกวดกระบือไทยมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ พ.ศ.2559  เป็นต้นมา

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย  การประกวดกระบือพื้นเมือง ชิงถ้วยเกียรติยศของผู้ว่าราชการจังหวัด พิษณุโลก และเงินรางวัล จำนวน 3 ประเภท ซึ่งมีกระบือจากทั่วประเทศส่งเข้าประกวด คือ  กระบือพื้นเมืองสีดำ รุ่นฟันน้ำนม (เพศเมีย/เพศผู้) , รุ่นฟันแท้ 1-2 คู่ (เพศเมีย/เพศผู้) , รุ่นฟันแท้ 3 คู่ (เพศเมีย/เพศผู้)  ประเภทกระบือเผือก รุ่นฟันน้ำนม (เพศผู้/เพศเมีย)  ประเภทกระบือแคระ (เพศผู้/เพศเมีย) กิจกรรมรำลึกวันอนุรักษ์ควายไทย อาทิ การสู่ขวัญควาย และการอ่านสาสน์ของสมาคมอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย

สำหรับผลการประกวดกระบือ

รุ่นที่ 1  กระบือพื้นเมืองสีดำ  รุ่นฟันน้ำนม  เพศเมีย  ส่วนสูงไม่เกิน  140 เซนติเมตร รางวัลชนะเลิศ  “น้ำหนึ่ง”  เหรียญทองฟาร์ม จ.นครพนม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “หน้าหวาน”  จ่าแบงค์ฟาร์มควายไทย ต.ดอนทอง จ.พิษณุโลก รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “ดาหลา”  เรือนไทยควายงาม  จ.อ่างทอง

รุ่นที่ 2  กระบือพื้นเมืองสีดำ   รุ่นฟันน้ำนม  เพศผู้  ส่วนสูงไม่เกิน  140 เซนติเมตร รางวัลชนะเลิศ “เดอะร็อค”  นายนครินทร์  เลิศศิริกรณ์กุล  จ.สระบุรี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “บิ๊กแบงค์”  บ้านสปาควายไทย  จ.พิษณุโลก รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “แสงทอง”  ฟาร์มสุขใจ  จ.พิษณุโลก

รุ่นที่ 3  กระบือพื้นเมืองสีดำ    รุ่นฟันน้ำนม  เพศเมีย  ส่วนสูงมากกว่า  140 เซนติเมตร รางวัลชนะเลิศ   “เพชรมณี”  มะขามเฒ่าฟาร์ม จ.ชัยนาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “ทองทิพย์”  ชนะชนฟาร์ม  จ.ขอนแก่น รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “ไข่มุก”  แพรวาฟาร์ม  จ.กาฬสินธุ์

รุ่นที่ 4 กระบือพื้นเมืองสีดำ  รุ่นฟันน้ำนม  เพศผู้  ส่วนสูงมากกว่า  140 เซนติเมตร รางวัลชนะเลิศ  “มารวยจูเนียร์”  นายคำพูล  โสดา  จ.เพชรบูรณ์  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “ช้างเศรษฐี”  ทุ่งเศรษฐีฟาร์ม  จ.ศรีสะเกษ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “เก้านคร”  กลมพรรณฟาร์ม  จ.เชียงใหม่

รุ่นที่ 5 กระบือพื้นเมืองสีดำ  รุ่นฟันแท้ 1-2 คู่  เพศเมีย  รางวัลชนะเลิศ  “ดาวเรือง”  แพรวาฟาร์ม  จ.กาฬสิทธุ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “เก้ากะรัต”  นายคำนวณ  เทพารักษ์  จ.เลย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “น้ำเพชร”  เพชรฐากูลฟาร์ม  จ.นครนายก

รุ่นที่ 6 กระบือพื้นเมืองสีดำ  รุ่นฟันแท้ 1-2 คู่  เพศผู้ รางวัลชนะเลิศ  “ไผ่ทองจูเนียร์”   เพชรปอประจักษ์ฟาร์ม  จ.อุดรธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 “มหาชน”  นายชัยวิชิต  มะโนศิลป์  จ.เพชรบูรณ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “วู้ดดี้”  อัศวินฟาร์ม  จ.เชียงใหม่

รุ่นที่ 7 กระบือพื้นเมืองสีดำ  รุ่นฟันแท้ 3  คู่  เพศเมีย รางวัลชนะเลิศ  “งามตา”  รื่นเริงฟาร์มควายงาม  จ.อุบลราชธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “โบว์เงิน”  นายอุดม ปารี  จ.เพชรบูรณ์ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “ดวงใจ”  นายคำนวณ  เทพารักษ์  จ.เลย

รุ่นที่ 8 กระบือพื้นเมืองสีดำ  รุ่นฟันแท้ 3  คู่  เพศผู้  รางวัลชนะเลิศ  “โชคมงคล”  รื่นเริงฟาร์มควายงาม จ.อุบลราชธานี  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “ควายล้าน”  ประสบโชคฟาร์มควายไทย  จ.กำแพงเพชร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “เทพนคร”  คอกจงเจริญควายไทย  จ.พิษณุโลก

รุ่นที่ 9 กระบือพื้นเผือก รุ่นฟันน้ำนม  เพศเมีย  รางวัลชนะเลิศ “พรฟ้า”  นายวุฒิชัย  แสงลา  จ.อุดรธานี รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “เนื้อทอง”  นายปานแดง  ยนขุนทด  จ.กำแพงเพชร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “ดอกแก้ว”  นายปิยะพงษ์  เพียรชนา  จ.กาฬสินธุ์

รุ่นที่ 10 กระบือเผือก รุ่นฟันน้ำนม  เพศผู้  รางวัลชนะเลิศ   “ช้างเผือก”  นายเชิดศักดิ์  พลเสช  จ.หนองบัวลำภู  รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “โรนัลโด้”  นายกิตตินันท์  อันทะเกษ  จ.นครราชสีมา รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “บุญหรั่ง”  น.ส.รัตนติกานต์  บุญแต้ม  จ.ลำปาง

รุ่นที่ 11 กระบือแคระ รุ่นฟันน้ำนม  เพศเมีย  รางวัลชนะเลิศ   “ข้าวสาร”  ธวัฒน์ชัยฟาร์ม  จ.มหาสารคาม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “ข้าวปลาย”  ธวัฒน์ชัยฟาร์ม   จ.มหาสารคาม รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “ถุงเงิน”  ว่าที่ร้อยตรี ชลพรรช  ใจงาม  จ.ตาก

รุ่นที่ 12 กระบือแคระ รุ่นฟันน้ำนม  เพศผู้  รางวัลชนะเลิศ “สังข์ทอง”  น.ส.รินทร์ลภัส  ศักดาวงศ์หิรัญ  จ.เลย รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  “ข้าวกล้อง”  ธวัฒน์ชัยฟาร์ม   จ.มหาสารคาม   รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2  “กะปิ”  นายธนทัต  คชวี  จ.พิจิตร

รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยม (Grand Champion) กระบือพื้นเมืองสีดำ  เพศเมีย ได้แก่  “เพชรมณี”  มะขามเฒ่าฟาร์ม  จ.ชัยนาท

รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยม (Grand Champion) กระบือพื้นเมืองสีดำ  เพศผู้ ได้แก่  “โชคมงคล”  รื่นเริงฟาร์มควายงาม  จ.อุบลราชธานี