เรื่องฮอด ประเด็นฮิต » สาวไทยวัย 21 ปี ศัลยกรรมหน้าอกดับที่เกาหลีใต้ เคราะห์ซ้ำโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบ

สาวไทยวัย 21 ปี ศัลยกรรมหน้าอกดับที่เกาหลีใต้ เคราะห์ซ้ำโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบ

13 กันยายน 2020
222   0

เพชรบูรณ์ – สาวไทยวัย 21 ปี ศัลยกรรมหน้าอกดับที่เกาหลีใต้ เคราะห์ซ้ำโรงพยาบาลไม่รับผิดชอบ วอนรัฐบาลช่วยเหลือด่วน

วันที่ 12 กันยายน 2563 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีหญิงสาวไปทำศัลยกรรมหน้าอกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้แล้วเกิดเสียชีวิต ญาติส่งศพกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดที่เพชรบูรณ์ แต่โรงพยาบาลที่เคยบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างกลับเงียบหายและให้หาทนายที่เกาหลีใต้ฟ้องค่าเสียหายเอง วอนหน่วยงานของรัฐช่วยเหลือเพราะฐานะทางบ้านยากจนไม่มีเงินจ้างทนาย โดยญาติได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศลอยู่ที่ บ้านเลขที่ 78/1 หมู่ 19 ต.กันจุ อ.บึงสามพัน จ.เพชรบูรณ์จึงเดินทางไปตรวจสอบ

พบ น.ส.สมปอง ไกรสร อายุ 42 ปี และ นายชัยวิชิต เที่ยงราช อายุ 42 ปี พ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต โดย น.ส.สมปอง เปิดเผยว่าลูกสาวของตนเองคือน.ส.พัชรพร เที่ยงราช อายุ 21 ปี หรือน้องการ์ฟิว ได้เดินทางไปทำงานนวดแผนโบราณที่ประเทศเกาหลีใต้ประมาณ 3 ปีแล้ว และได้ส่งเงินกลับมาบ้านเพื่อให้พ่อกับแม่เพื่อใช้หนี้ ส่วนตนและสามีก็ทำงานเป็น รปภ.ที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมาได้โทรศัพท์พูดคุยกันเป็นประจำ กระทั่งวันที่ 1 ก.ย.2563 ที่ผ่านมาได้รับแจ้งว่าลูกสาวได้ไปทำศัลยกรรมหน้าอกที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งแล้วเสียชีวิต ตนรู้สึกตกใจมาก ในเบื้องต้นเพื่อน ๆ จะประกอบพิธีเผาศพที่ที่เกาหลีใต้แต่ตนไม่ยอมเพราะไม่ได้เห็นหน้าลูกมา 3 ปีแล้วอยากจะขอดูหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย แต่ก็ไม่สามารถเดินทางไปได้เพราะติดสถานการณ์โควิด ขณะนั้นตนรู้สึกเครียดมากไม่รู้จะเอาศพกลับมาอย่างไร กระทั่งได้รับความอนุเคราะห์จากสถานทูตไทยประจำประเทศเกาหลีใต้ประสานงานจนกระทั่งนำศพกลับมาประกอบพิธีที่บ้านเกิดได้

น.ส.สมปอง ไกรสร เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้าที่จะนำศพกลับมานั้น เพื่อน ๆ ที่ประเทศเกาหลีใต้ได้มีการพูดคุยกับโรงพยาบาลที่น้องการ์ฟิวไปทำศัลยกรรมว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างรวมทั้งจะคืนเงินค่าทำศัลยกรรมให้ แต่กระทั่งบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการประสานงานจากโรงพยาบาลดังกล่าวเลย ในเบื้องต้นทราบว่าจะต้องหาทนายเป็นพูดคุยกับโรงพยาบาลซึ่งตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่มีเงินว่าจ้าง จึงอยากจะขอวิงวอนรัฐบาลในการหาทนายหรือประสานงานในเรื่องนี้เพราะตนและสามีก็เป็นชาวบ้านธรรมดาไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ และทั้งนี้ตนกับสามีและญาติ ๆ ได้ปรึกษากันแล้วว่ายังจะไม่เผาศพลูกสาวจนกว่าโรงพยาบาลจะออกมารับผิดชอบเหตุการณ์ในครั้งนี้